"หวยซอง เลขเด็ด เขียนโดยสาธารณชน เป็นการเสนอแนะเพื่อเสี่ยงโชคซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกกฎหมายเท่านั้น ไม่มีการขายหวยทุกชนิด และ ไม่มีใครทราบว่าหวยจะออกตัวไหน โปรดใช้วิจารณญาณ"

เรื่อง: เคล็ดลับการนอนที่พักต่างจังหวัด
 
 1751

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 144436
22 กรกฎาคม 2015, 22:57:27น.

ประเทศไทยแสนกว้างใหญ่พื้นที่ไม่เป็นรองใคร เวลาท่านเดินทางขับรถไปจังหวัดไกล ๆ ทำให้ต้องค้างตามที่พักหรือโรงแรมต่าง ๆ อันที่พักหรือโรงแรมนั้นก็ไม่รู้ว่ามีใครต่อใครพักมาแล้วบ้าง แล้วเกิดอะไรขึ้นที่นั่นแล้วเรื่องแบบนี้คนพื้นที่อาจจะรู้แต่คนนอกพื้นที่รู้ยากมากยิ่งถ้าเขาไม่บอกท่านแล้วท่านยิ่งไม่มีโอกาสรู้เลย คนเราอ่านข่าวดูข่าวทุกวันก็จริงแต่พอหลายวันเข้าก็มักจะลืมว่าที่นี่ที่นั่นเกิดอะไรขึ้นบ้างจะสนใจตื่นเต้นก็เฉพาะแต่วันแรก ๆ บางคนบอกฉันจะไม่ไปนอนโรงแรมที่มีข่าวไฟไหม้แล้วมีคนตายหลายศพนี่เด็ดขาด เพราะฉันกลัวผีสุด ๆ แต่พอหกเดือนให้หลังตัวเองไปสัมมนาต่างจังหวัดเขาจัดที่โรงแรมเดียวกันนั่นแท้ ๆ กลับไปนอนเล่นเย็นใจลืมไปแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เคราะห์ดีที่ผีไม่หลอกให้หัวโกร๋น ที่พักและโรงแรมอยู่คู่กับเรื่องผีหลายคนบอกอย่างนั้น เพราะเล่าเรื่องผีทีไรไม่พ้นไม่ใครก็ใครต้องหยิบยกเรื่องผีประดามีในโรงแรมมาเล่า

มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาในหมู่นักเดินทาง จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงแค่ไหนก็ยังไม่มีคนยืนยันหรือนอนยันว่า ที่พักหรือโรงแรมส่วนมากจะมีห้องพักอย่างน้อยหนึ่งห้องที่ปล่อยให้ว่างไว้พักใหญ่หรือไม่ว่าก็ว่างไว้ตลอดไป และไม่ว่าโรงแรมแห่งนั้นห้องเต็มขนาดไหน พวกเขาจะไม่ขายห้องนั้นให้กับแขกคนใดทั้งสิ้น บางแห่งเรียกว่าห้องที่ถูกปิดตาย เป็นห้องแห่งความน่ากลัว ไม่มีพนักงานคนไหนใจกล้าลองของแม้จะเดินผ่าน ว่ากันว่าห้องพิเศษนั้น ๆ จะเรียกห้องอะไรก็ตาม ได้สงวนไว้สำหรับแขกพิเศษเหล่านั้นอยู่อาศัยแบบไม่เสียค่าเช่า และคงไม่มีใครกล้าไปเก็บ  แขกเหล่านั้นไม่ใช่ใครอื่นไกลคือผีหรือวิญญาณที่อยู่ในห้องนั่นเอง

การที่ห้องพักมีผีหรือวิญญาณอยู่ ย่อมมีเหตุทำให้เกิดขึ้นเป็นส่วนมาก น้อยนักที่วิญญาณเร่ร่อนจากข้างนอกจะเข้ามาครอบครองอยู่อาศัย หากจะไปอาศัยก็น่าจะเป็นศาลเจ้าที่มากกว่าเป็นตึกเป็นปูน การตายที่ทำให้เกิดความน่ากลัวมีหลายแบบไม่ว่าจะเป็นคนถูกฆ่าตายในห้อง คนฆ่าตัวตายในห้องด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ผูกคอตาย กินยาตาย กรีดข้อมือให้เลือดไหลตาย และประเภทสุดท้ายคือคนที่ไม่ตั้งใจตาย แต่เหมือนคราวเคราะห์ที่ทำให้ตัวต้องตาย นั่นคือการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ แล้วทำให้ตาย เช่น หกล้มในห้องน้ำหัวฟาดพื้นตาย นอนกรนแล้วหยุดหายใจตาย

ฉะนั้น เมื่อคุณมีแผนที่จะเข้าพักในโรงแรมแห่งใดแห่งหนึ่ง หากเป็นไปได้ควรจองล่วงหน้าจะได้สะดวกสบายไม่ต้องไปทะเลาะกันว่าจะนอนที่ไหน พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าพักแบบไปหาเอาข้างหน้า หรือที่ฝรั่งเรียกวอล์คอิน (Walk in) ถ้าพนักงานต้อนรับได้บอกคุณว่าห้องเต็มแล้ว ก็ให้เชื่อเขาอย่าได้ดื้อดึง ตื้อ ให้เงิน เพื่อให้พวกเขาให้ห้องพักแก่คุณเป็นพิเศษ ถ้าท่านทำอย่างนั้นโอกาสที่ท่านจะได้ห้องพักพิเศษไปพักให้ขวัญเสียก็ยิ่งมีมาก รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าหาเรื่องให้ถูกผีหลอกจะดีกว่า ไปนอนห้องเขานอกจากเขาจะหลอกท่านแล้วยังอาจพาลไปหลอกห้องอื่น ๆ ที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ให้ขวัญกระเจิงแตกตื่นกันไปทั้งคืน เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ท่านก็เลี่ยงได้ถ้าท่านทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้




เคาะประตูก่อนเข้าห้อง
ก่อนที่จะเข้ายังห้องพักให้ท่านเคาะประตูก่อนทุกครั้ง  แม้ท่านจะรู้ว่าห้องนั้นเป็นห้องว่างก็ตาม หลังจากที่เข้าไปอยู่ในห้องแล้ว หากท่านรู้สึกไม่สบายใจไม่ชอบใจ มีอาการขนลุกหวาดกลัว ขอให้ท่านบอกกับพนักงานขนกระเป๋าที่นำคุณมา เพื่อขอเปลี่ยนห้องใหม่อาจจะวุ่นวายหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าที่คุณจะทนอยู่ในห้องด้วยความกลัว

ทำให้ห้องปลอดโปร่ง
หลังจากเข้ามาในห้องแล้ว ให้เปิดไฟในห้องเท่าที่จะเปิดได้ เปิดหน้าต่างหรือเปิดผ้าม่านหน้าต่าง เพื่อให้แสงแดดจากนอกห้อง ส่องเข้ามาภายในห้องเป็นการให้พลังงานดี ไล่พลังงานร้ายต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องออกไป

จัดรองเท้าแก้เคล็ด
ก่อนเข้านอน จัดวางรองเท้าของท่านให้อยู่ในลักษณะกลับหัวกลับหาง (สลับกัน) นี่เป็นเคล็ดที่แสดงถึงหลัก "หยิน-หยาง" เพื่อให้เกิดความสมดุลกันของพลังงานดีและพลังงานร้าย ที่อาจหมุนเวียนอยู่ในห้องพัก เป็นการคุ้มครองท่านขณะกำลังหลับ ให้หลับฝันดีไม่ฝันร้ายโดยเฉพาะการฝันเห็นผี

ให้มีแสงสว่างในห้อง
ตอนที่ท่านหลับอย่าปิดไฟในห้องจนมืดมิด ให้มีแสงสว่างอยู่ในห้องบ้างอย่างน้อยก็พอมองเห็น ท่านอาจเปิดโคมไฟในห้องทิ้งไว้อย่างน้อยหนึ่งดวง  จะเป็นไฟหัวเตียง ไฟในห้องน้ำ ไฟหน้าห้องน้ำ หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ทางเดินก่อนเข้าห้อง เชื่อกันว่าเมื่อมีแสงสว่างจะทำให้วิญญาณมาปรากฏได้ยากกว่าห้องที่มืดไปหมด

อย่าปล่อยให้เตียงว่าง
หากท่านพักคนเดียว และห้องท่านเป็นเตียงคู่ อย่าเข้านอนโดยปล่อยให้อีกเตียงหนึ่งว่างเปล่าให้ท่านนำสิ่งของที่ท่านติดตัวมาไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าใบเล็กใบใหญ่ ไปวางไว้บนเตียงที่ว่าง  บางท่านอาจจะไปแต่ตัวไม่มีอะไรวางก็ให้ดึงผ้าห่ม  ขยับหมอน ให้เป็นลักษณะเหมือนมีคนนอนอยู่ในเตียงหรือเตียงนั้นมีคนใช้แล้ว ไม่ใช่ผ้าปูเรียบตึง เพื่อเป็นเคล็ดว่าเตียงนั้นมีเจ้าของแล้วไม่ใช่เตียงว่างที่ใครจะมานอนอีก

ผลักเตียงให้เฉียง
ปกติทางโรงแรมจะจัดเตียงและผ้าคลุมเตียงให้เรียบร้อยก่อนแขกจะเข้ามาพัก น้อยครั้งที่จะเห็นเตียงเอียงหรือเฉียงไปข้าง ๆ เรากำลังจะบอกให้ท่านทำเตียงปกติให้เตียงเฉียงเพื่อป้องกันอะไรบางอย่าง  เมื่อท่านเข้ามาพัก ควรผลักเตียงให้เฉียงไปจากเดิมเล็กน้อย ที่ทำอย่างนี้เป็นเคล็ดว่าท่านไม่ได้นอนทับที่ของใคร หรือเตียงของใครก่อนหน้านั้น ไม่อย่างนั้นตกดึกท่านอาจต้องขวัญผวาเพราะนอนอยู่ดี ๆ ถูกผีอำกระดิกตัวไม่ได้ แน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก  รู้อย่างนี้แล้วท่านจะเลื่อนเตียงหรือยัง

ใช้ผ้าคลุมกระจก
หากกระจกในห้องนอนตรงกับเตียงของท่านทางปลายเท้า หรือตั้งอยู่ข้างเตียงนอนพอดี
แล้วท่านเป็นคนที่ตกใจง่าย เห็นอะไรก็ตกใจไปหมด ให้หาผ้ามาคลุมกระจกเสียก่อนที่ท่านจะนอนหลับ เพื่อเป็นการป้องกันการตกใจกลัวของท่านเอง เพราะหากตอนกลางคืนท่านตื่นมาเข้าห้องน้ำ ท่านอาจตกใจเงาของตัวเองในกระจกคิดว่าเป็นผี กลายเป็นเรื่องตลกไป

พกเครื่องรางของขลัง
หากท่านเป็นคนแขวนพระ เป็นนักสะสมพระ สะสมเครื่องรางต่าง ๆ อยู่แล้ว ก็คงไม่มีปัญหาในการหาสิ่งของเหล่านี้ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้แขวนพระ ไม่ชอบพระ ไม่สะสมอะไร แถมยังเป็นคนขี้กลัว โดยเฉพาะกลัวการไปนอนต่างที่ต่างถิ่นว่าจะเจอผีเข้าสักวัน ถ้าเป็นอย่างนี้ก่อนจะออกเดินทางให้ท่านเตรียมเครื่องรางของขลัง ที่ท่านเคารพนับถือและหาได้นำติดตัวไปด้วย เพื่อความอุ่นใจ เจอผีก็นำออกมาใช้ ไม่เจอผีก็ถือเป็นโชคดี

ไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอน
ปกติเวลาอยู่บ้านหลายท่านก็ไหว้พระสวดมนต์กันอยู่แล้ว  ตามวิถีชาวพุทธด้วยความเชื่อที่ว่าจะทำให้นอนหลับฝันดี การไปนอนค้างแรมซึ่งไม่ใช่ถิ่นฐานบ้านตัวเองนั้น เราไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นยังไงบ้าง  การสวดมนต์ไหว้พระยิ่งต้องมีความจำเป็น ด้วยเป็นเหมือนเกราะที่ช่วยปกป้องคุ้มครองตัวท่าน นอกจากจะทำให้ท่านนอนหลับฝันดีอย่างสบายใจแล้ว คนไทยเรายังเชื่อเรื่องการสวดมนต์ไล่ผี ไม่เชื่อลองดูในละครผี เมื่อมีคนเห็นผี ตัวละครจะสวดมนต์กันตัวสั่นงันงก



ที่มาhttp://www.horamahawej.com/content.php?cate=feng_shui&id=8

 j|a j|a j|a


ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 144436
ตอบกลับ #1 22 กรกฎาคม 2015, 23:04:06น.






คนที่ต้องเดินทางทำงานต่างจังหวัดอยู่เสมอ
หากเป็นคนที่ไปทำงานประจำจังหวัดนั้นๆ ยังเบาหน่อยครับ
เพราะจะได้นอนที่บ้านพักหรือห้องพักประจำ
แต่หากเป็นคนที่ต้องทำงานหลายที่หลายจังหวัดนั้น
หนีไม่พ้นที่จะต้องนอนโรงแรมต่างๆมากมาย
ต่างถิ่น ต่างที่ ต่างจังหวัด ต่างโรงแรม ต่างห้อง สารพัดสารพัน
โดยเฉพาะอาชีพอย่าง เซลส์แมน เซลส์เกิร์ล ทั้งหลาย
ยิ่งต้องนอนเเปลกที่แปลกทางกันเป็นอาชีพทีเดียวครับ
.....
ในบรรดาของคนที่ต้องนอนค้างอ้างแรมต่างที่ต่างถิ่นนั้น
......
ครึ่งหนึ่งของคนเหล่านี้ ไม่กลัวผี ไม่กลัวความมืด
เขานอนหลับได้ปกติเหมือนนอนที่บ้านของตนเอง
คนเหล่านี้ สังเกตไม่ยากครับ จะนอนคนเดียวได้
ไม่ต้องมีบัดดี้ ปิดไฟ ปิดทีวี ปกติเหมือนนอนอยู่บ้าน
......
แต่อีกครึ่งของคนที่ต้องระเหเร่ร่อนเป็นนกขมิ้นเหลืองอ่อนนั้น
เป็นคนกลัวผี กลัวความมืด ตั้งแต่ขั้นเบาไปถึงขั้นเทพเลยครับ
บางคนไม่กล้านอนคนเดียว ต้องหาเพื่อนร่วมนอนด้วย
ซึ่งบางครั้งก็ดีครับ ลดความกลัว แถมช่วยประหยัดเงินได้อีก
บางคนก็ต้องเปิดไฟ เปิดทีวี ใส่พระเครื่องห้อยคอ
บางคนถึงขั้นนำพระพุทธรูปติดตัวไปตลอดๆเลยก็มีครับ
......
ผมเอง เมื่อหลายปีก่อน ก็เดินทางทำงานต่างจังหวัดเป็นว่าเล่น
เดือนหนึ่งๆนอนโรงแรมประมาณสามอาทิตย์
มากกว่าบ้านของตัวเองมากมายนัก และตัววันพุธนั้น
มีประสบการณ์และมีสัมผัสกับเรื่องนี้พอสมควร
แถมเป็นคนกลัวผีเข้าขั้นน้องๆเทพกันเลยล่ะครับ
แต่ถึงอย่างนั้น ก็เป็นคนกลัวประเภทกลัวแต่ไม่หนี
กลัวแต่นอนคนเดียวได้  (เพราะกลัวคนมากกว่ากลัวผี)
แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีหลักในการนอนต่างที่ต่างถิ่นเหมือนกัน
เนื่องจากช่วงนั้น ต้องเดินทางต่างจังหวัดเกือบสิบปี
ก็ต้องมีเคล็ดลับประจำตัวกันนิดหน่อย เพื่อความอุ่นใจครับ
.......
วันนี้มีน้องสาวคนสนิทคนหนึ่ง เดินทางไปต่างจังหวัด
และต้องนอนค้างคืนคนเดียวเป็นครั้งแรก จึงโทรมาปรึกษา
ผมจึงแนะนำให้เธอคลายความกังวลเรื่องนี้ไปบ้าง
ก็เลยนำมาบันทึกไว้สักหน่อย เผื่อใครจะนำไปใช้บ้างดังนี้ครับ
........




...
หากต้องเดินทางไปนอนค้างอ้างแรมตามต่างจังหวัดคนเดียว
ให้ปฏิบัติ 8 ข้อดังนี้ครับ (สำหรับคนกลัวผีเท่านั้นนะครับ)
...
ข้อที่ 1 เลือกโรงแรมที่ดีสักหน่อย (แถมปลอดภัยทั้งคนทั้งผี)
ข้อนี้สำคัญแต่ก็มีข้อจำกัดนะครับ คนที่เป็นเซลส์จะเข้าใจดี
เพราะเราไม่ได้ไปเที่ยว จึงไม่ได้นอนโรงแรมที่หรูหรานัก
เนื่องจากงบประมาณจำกัด แถมโรงแรมสำหรับพนักงานขาย
ส่วนมากจะเป็นโรงแรมเก่าแก่แบบมีตำนานเสียด้วยนี่สิครับ
ยังงัยก็ตาม ปัจจุบันนี้มีทางเลือกมากกว่าในสมัยก่อนมาก
เพราะมีอพาร์ทเมนท์ แมนชั่น คอนโดต่างๆให้บริการมากมาย
...
ข้อที่ 2 ใส่สร้อยพระติดตัวตลอดเวลา
ข้อนี้สำหรับคนขี้กลัวขั้นเทพนะครับ ผมเองก็เป็นมาหลายปี
มีช่วงปีหลังๆ ที่ทำใจดีสู้เสือ ไม่ใส่ไปช่วงหนึ่ง
แต่ยอมรับว่า ใส่สร้อยพระ อุ่นใจมากกว่ากันแยะเลยครับ
....
ข้อที่ 3 เข้าห้องพักแล้วให้แจ้งเจ้าที่และขอขมาก่อน
เข้าห้องแล้ว ให้ยกมือไหว้ สวัสดีเจ้าที่เจ้าทาง
ขอพักอาศัยและขอขมาหากทำสิ่งใดล่วงเกินไป
เพื่อนผมบางคน บอกให้เคาะห้อง 3 ครั้งก่อนเข้าห้องครั้งแรก
แต่ส่วนตัวผมเอง ไม่เคยทำครับ ทำเพียงยกมือไหว้แค่นั้น
....
ข้อที่ 4 เปิดไฟทุกดวงที่มีเพื่อความอุ่นใจ
อย่างที่รู้กันว่า ความมืดนำมาซึ่งความกลัว
การเปิดไฟทำให้เราคลายความกลัวลงได้ระดับหนึ่ง
แต่ว่า การเปิดไฟอาจมีผลทำให้เรานอนไม่หลับได้นะครับ
อาจแก้ด้วยการปิดไฟตรงหัวเตียงหรือกลางห้อง อาจช่วยได้
.............
ข้อที่ 5 เปิดทีวีทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน
สำหรับคนขี้กลัวขั้นเทพนั้นจำเป็นอย่างยิ่งครับ
เพราะความเงียบทำให้คนเรากลัวได้ไม่แพ้ความมืดทีเดียวครับ
.....
ข้อที่ 6 ให้วางกระเป๋าหรือของไว้ที่เตียงด้วย
หากเป็นเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ หากเรานอนกลางเตียงก็ไม่มีปัญหา
แต่หากเรานอนด้านใดด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งให้วางของไว้ด้วย
ยิ่งเป็นเตียงคู่ ยิ่งจำเป็นอย่างยิ่งอย่าปล่อยเตียงว่างเด็ดขาดครับ
....
ข้อที่ 7 ประตูห้องน้ำ และตู้เสื้อผ้า ให้เปิดไว้อย่าปิด
ห้องน้ำกับตู้เสื้อผ้า เป็นแหล่งสะสมความกลัวชั้นดีครับ
ยิ่งเป็นโรงแรมเก่าแก่ คลาสสิคด้วยแล้ว
ชวนให้จินตนาการความน่ากลัวไปได้มากมายเลยครับ
การเปิดประตูตู้เสื้อผ้า และประตูห้องน้ำไว้ ช่วยได้เยอะครับ
.....
ข้อที่ 8 ให้นอนตะแคง ห้ามนอนหงาย
.
ข้อนี้สำคัญมากสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการนอน
.
การนอนหงายนั้น มีโอกาสถูกผีอำได้มากกว่า
.
การนอนตะแคงจึงเป็นท่านนอนที่ปลอดภัยที่สุดครับ
.....
นี่แหละครับ วิธีปฏิบัติของผมเมื่อต้องไปนอนต่างจังหวัด

สำหรับคนที่ไม่กลัวและไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้

ก็ขอให้อ่านแบบผ่านๆ ขำๆ ไม่ต้องใส่ใจมากนักเนอะครับ

ส่วนคนที่มี DNA เดียวกันกับผม คงไม่ค่อยขำเท่าไร

หากต้องไปนอนต่างจังหวัดคนเดียวในสถานการณ์แบบนี้

จะทำครบทั้ง 8 ข้อ หรือเลือกช็อปข้อใดข้อหนึ่ง

ก็สุดแล้วแต่ระดับขั้นความกลัว ตามอัธยาศัยก็แล้วกันนะครับ
.....
อย่างไรก็ตาม แม้เราจะกลัวผี กลัวความมืด

แต่ผมก็ยังแนะนำให้นอนคนเดียวอยู่ดี

อย่าหาบัดดี้นอนเป็นเพื่อน หากไม่สนิทกันจริงๆ

เห็นมีปัญหากันมาเยอะแล้วครับ แถมอาจไม่ปลอดภัยด้วย

เพราะยุคสมัยนี้ คนบางคนน่ากลัวกว่าผีมากมายนัก…ว่าไหมครับ

….. วันพุธ …..





หมายเหตุ entry นี้เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

โปรดอ่านคำเตือนและคำแนะนำก่อนการอ่านทุกครั้ง...



  • พลังน้ำใจ: 1
ตอบกลับ #2 23 กันยายน 2015, 17:36:59น.
จะนำไปปฎิลัตติตามนะครับผมเวลาเดินทาง

  • พลังน้ำใจ: 1
ตอบกลับ #3 13 มีนาคม 2017, 13:57:21น.

ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 144436
ตอบกลับ #4 24 ตุลาคม 2020, 18:35:05น.
7 ความเชื่อ! ป้องกันผีหลอกผีอำ เมื่อต้องนอนต่างถิ่น





ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หลายๆคนที่อยากท่องเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัด ก็จำเป็นต้องหาที่พักอาศัย ห้องเช่าต่างๆเพื่อหลับนอน หากแต่หลายคนที่อาจเกิดความกลัวหรือมีความกังวลใจเกี่ยวกับสิ่งที่มองไม่เห็น ซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าของสถานที่นั้นๆ จนทำให้นอนไม่หลับ หรือบางคนก็ฝันร้าย  ถูกผีอำ ผีหลอก  ทำให้มีความเชื่อที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกผีหลอกผีอำหากต้องนอนต่างที่ต่างถิ่น  ได้แก่

1. เคาะประตูก่อนเข้าห้อง  มีความเชื่อว่า หากต้องไปพักค้างอ้างแรมที่ไหน ก็ควรจะเคาะประตูห้องก่อนเข้าไปในครั้งแรก เพื่อเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้สิ่งที่มองไม่เห็นที่อาศัยอยู่ในห้องได้รับรู้ก่อน พร้อมตั้งจิตบอกกล่าวกับเจ้าที่เจ้าทาง ว่าเรามาขอพักอาศัยเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด  หรือหากในสถานที่พักนั้นๆมีศาลเจ้าที่ ก็ควรจุดธูปบอกกล่าวด้วยก็จะดีเพื่อให้เจ้าที่รักษาคุ้มครอง   

2.ซื้อเตียง หรือ ซื้อที่  ความเชื่อนี้ ถือว่าได้รับการปฏิบัติสืบต่อกันมานานเช่นเดียวกัน เพราะไม่ว่าจะไปนอนพักที่โรงแรม ห้องพัก ห้องเช่า ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ โดยให้นำเหรียญบาท จำนวน  1-3 เหรียญ ไปวางไว้ใต้หมอน  บนหัวนอน หัวเตียง ใต้เตียง หรือลิ้นชักก็ได้ เพื่อของซื้อที่จากวิญญาณต่างๆที่อยู่ในบริเวณนั้นให้รับทราบว่า เรามาอยู่ในฐานะผู้อาศัยได้ทำการซื้อที่หลับนอนได้อย่างถูกต้องแล้ว ต่อจากนี้เจ้าที่จึงต้องให้การดูแลเป็นอย่างดี ไม่มารบกวนผู้อาศัยให้ต้องหวาดกลัว  และขากลับก็ไม่ต้องเอาเหรียญออกมา ให้ปล่อยไว้อย่างนั้น เพราะถือว่าได้ซื้อที่ไปแล้ว 
 
3. อย่าปล่อยให้เตียงว่าง  มีความเชื่อว่า หากใครที่เข้าพักในโรงแรมหรือห้องพักแต่ในห้องมีเตียงคู่  มิหนำซ้ำตนเองต้องเข้าพักคนเดียว ก็อย่าปล่อยให้อีกเตียงว่าง หรือหากนอนในเตียงใหญ่ๆ แล้วมีหมอนสองใบ ก็อย่าปล่อยให้พื้นที่ข้างๆว่าง ควรนำกระเป๋าข้าวของต่างๆไปวางไว้ เพราะเชื่อว่าหากปล่อยให้เตียงว่าง อาจมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมานอนเป็นเพื่อน แต่ถ้ามาพักโดยไม่มีสัมภาระอะไรเลยก่อนนอนก็อาจดึงผ้าคลุมเตียง ขยับหมอน ผ้าห่ม ให้เหมือนกับว่ามีคนใช้แล้วเพื่อแสดงให้เห็นว่าเตียงนี้มีเจ้าของไม่ใช่เตียงว่างๆที่ใครจะมานอนได้อีก

4.อย่าปล่อยให้ห้องมืด มีความเชื่อว่า วิญญาณนั้นมักจะชอบที่มืด ชอบออกมาตอนกลางคืน ดังนั้นจึงต้องแก้เคล็ดด้วยแสงสว่าง ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟ หรือจากแสงอาทิตย์ก็ดี จะทำให้วิญญาณไม่กล้าออกมา  ต้องเปิดไฟทิ้งไว้ เช่น ไฟนอกระเบียง หรือไฟในห้องน้ำ อย่าปล่อยให้ห้องมืดเด็ดขาด จะทำให้ผู้อาศัยหลับนอนได้อย่างสบายใจมากขึ้น

5.  อย่านอนหันศรีษะไปทางทิศตะวันตก หรือ นอนตรงทางเข้าประตู  เรื่องนี้เป็นความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนานเช่นกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านของตนเอง หรือ ต้องไปนอนต่างถิ่นต่างที่ก็ต้องดูทิศการนอนด้วย  คือ อย่านอนหันศรีษะไปทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้ ให้นอนหันศรีษะไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ และไม่ควรนอนตรงประตู เพราะเชื่อว่าเป็นทางเข้าออกของวิญญาณ อาจจะทำให้ถูกผีอำ หรือฝันร้ายได้
   
ุ6. ขยับเตียงออกจากที่เดิมเล็กน้อย
โดยปกติแล้วทางโรงแรมจะจัดเตียง หมอน ผ้าห่มไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยก่อนที่จะมีแขกเข้าพัก แต่เมื่อคุณเข้ามาแล้วให้ขยับเตียงออกจากที่เดิมเล็กน้อย เพื่อเป็นเคล็ดว่าเราไม่ได้ไปนอนทับที่ใครหรือเตียงของใคร ไม่อย่างนั้นตกดึกคุณอาจถูกผีอำ หายใจไม่ออกขยับตัวไม่ได้ก็เป็นได้

7. สวดมนต์ แผ่เมตตา   ก่อนนอนควรสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย ตามด้วย “บทกรณียเมตตสูตร” เพื่อขอความเป็นมิตรกับเทวดา ภูติผีปีศาจ เจ้าที่เจ้าทาง ให้รักใคร่เมตตาเอ็นดู ปกปักษ์รักษา โดยบทกรณียเมตตสูตรนี้ สามารถสวดและใช้ได้ทุกที่ไม่ว่าจะไปนอนค้างอ้างแรมที่ไหนก็ตาม เพราะทุกสถานที่นั้นมีความเชื่อว่ามีเจ้าของ มีเจ้าที่ที่ดูแลรักษาอยู่  จากนั้นให้แผ่เมตตาให้กับเทวดา เจ้าที่ ดวงวิญญาณทั้งหลาย ไม่ให้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน แต่หากสวดมนต์แผ่เมตตาแล้ว แต่ยังกลัวอยู่ สามารถสวดบทชินบัญชร บทสวดป้องกันภัยต่างๆ หรือ บทบูชาท้าวเวสสุวรรณ เพื่อป้องกันภัยจากภูตผีได้

8.เครื่องรางของขลัง สร้อยพระ สำหรับคนที่กลัวผีมากๆ ก็สามารถบูชาท้าวเวสสุวรรณคล้องคอไปด้วย เพื่อความอุ่นใจสบายใจ เพราะท้าวเวสสุวรรณนั้นถือว่า เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้ง4  หน้าที่โดยทั่วไปของท้าวเวสสุวรรณคือ การดูแลปกครองบริวาร ไม่ว่าจะเป็นภูติผีปีศาจ ให้อยู่ในความสงบ ไม่ให้มารบกวนมนุษย์ จึงนิยมทำวัตถุมงคลเกี่ยวกับท้าวเวสสุวรรณออกมาเป็นรูปเหมือน คือ รูปปั้นยักษ์ที่มีเขี้ยวขนาดใหญ่ ถือตะบอง ดูน่าเกรงขาม เป็นที่เกรงกลัวของภูตผีปีศาจทั้งหลาย หรือเป็นผ้ายันต์ เพื่อพกพาบูชาติดตัว เชื่อว่า ผีสางจะเกรงกลัวท้าวเวสสุวรรณมาก ขณะเดียวกันหากสวดคาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณด้วยก็ยิ่งจะทำให้ปลอดภัยจากเหล่าภูติผี

เคล็ดความเชื่อเหล่านี้เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล ต้องใช้วิจารณญาณ แต่เพื่อความสบายใจของคนขี้กลัว คนขวัญอ่อนที่นอนไม่ค่อยจะหลับ… ทำไว้ก็ไม่เสียหลาย?!!














แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 ตุลาคม 2020, 19:12:13น. โดย Namtaan

ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 144436
ตอบกลับ #5 24 ตุลาคม 2020, 18:42:01น.

คาถาสวด เมื่อเวลาไปนอนต่างถิ่น ป้องกันภัยอันตราย



พระคาถานี้ชื่อว่า คาถากะระณียะเมตตะสุตัง  เป็นบทสวดแผ่เมตตาให้ทั้งเทวดา ภูตผีปีศาจ และสัตว์ต่างๆ ไม่ให้มาเบียดเบียนทำร้าย

เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมภาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วาสะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ เอตังสะติง
อธิฎเฐยยะ พรัมมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ ทิฎฐิญจะอะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน กาเมสุ วิเนยยะ เคธังนะ หิ ชาตุ คัพพะเสยยัง ปุนะเรตีติ



หากเวลาไปต่างจังหวัดหรือแม้แต่สวดมนต์ที่บ้านก็อย่าลืมพระคาถานี้ เพราะเป็นบทสวดแผ่เมตตาให้รอบครอบ บางคนอาจจะเข้าใจผิดเวลาเจอวิญญานบางทีก็พากันสวดไล่เขาจริงจริงแล้ว เขาไม่ให้ไล่เพราะของบางอย่างเขาอยู่ที่ตรงนั้นมาก่อนเราจะไล่เขาไปไหนคะเขาอาจแค้นเคืองจนทำร้ายเราเลยก็เป็นได้ต้องสวดแผ่กุศลเมตตาเท่านั้นเพราะของบางอย่างเขาอยู่ที่ตรงนั้นมาก่อนเราจะไล่เขาไปไหน เขาอาจแค้นเคืองจนทำร้าย ต้องสวดแผ่กุศลเมตตาเท่านั้นจึงจะดี ซึ่งเป็นบทที่มีอานิสงค์ ในเรื่องความเมตตาโดย เฉพาะบทนี้สวดแล้วจะทำให้มีแต่คนรัก แม้แต่กระทั่ง ผี และเทวดาก็รักเราด้วย






 K:[ K:[ K:[

ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 144436
ตอบกลับ #6 24 ตุลาคม 2020, 18:55:57น.

10 วิธีพักโรงแรมอย่างปลอดภัยไร้ผีหลอก

วิธีที่ช่วยให้คุณรอดปลอดภัยจากการถูกผีหลอกตามโรงแรมมาฝากค่ะ



1. เคาะประตูก่อนเข้าห้อง
แม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในห้องนั้น แต่เชื่อกันว่า การเคาะประตูห้องพักก่อนเข้าไปด้านใน เป็นการให้เกียรติเจ้าที่เจ้าทาง หรือผู้ที่มาอยู่พักอาศัยก่อนนั่นเอง แต่หากคุณเข้าไปในห้องแล้วรู้สึกไม่ดีอย่างที่อธิบายไม่ได้ ก็รีบขอเปลี่ยนห้องได้เลย อย่าลังเล

2. เคลียร์พื้นที่ในห้องให้โปร่งโล่ง
เปิดไฟ เปิดม่าน เปิดหน้าต่าง ให้แสงแดดจากภายนอกส่องเข้ามาในห้อง ตอนกลางคืนก็สามารถเปิดไว้ได้เช่นกัน เชื่อกันว่าวิธีนี้ช่วยไล่พลังงานร้ายต่างๆ ออกไปจากห้องได้

3. ถวายอาหารชุดเล็ก
จัดอาหารชุดเล็กๆ เพื่อถวายเจ้าที่เจ้าทาง เพื่อเป็นการบอกกล่าวถึงการมาของคุณอย่างเป็นทางการ และช่วยขอให้ท่านคุ้มครองคุณตลอดระยะเวลาที่พักที่นั่น

4. วางรองเท้าแก้เคล็ด
ก่อนเข้านอนให้วางรองเท้าในลักษณะกลับหัวหลับหาง สลับทางกัน เชื่อกันว่าช่วยแสดงพลังหยินหยาง เพื่อปรับสมดุลของพลังงานดี และพลังงานร้าย ที่อาจหมุนเวียนอยู่ในห้องพัก

5. เปิดไฟ เปิดหน้าต่าง ให้ห้องมีแสงสว่างตลอดเวลา
เชื่อกันว่าวิญญาณมักปรากฏตัวแต่ในห้องมืดๆ ก่อนนอนเปิดไฟหัวเตียงสลัวๆ หรือจะเปิดไฟนอกระเบียง ห้องน้ำ หรือประตูหน้าห้องก็ได้

6. อย่าให้เตียงว่าง
หากคุณพักคนเดียว แต่ในห้องเป็นเตียงคู่ หรือหากเตียงที่นอนกว้างเกินไป พยายามหาของมาวางให้เตียงเต็ม หรือขยำผ้าห่ม ตบหมอนให้มีรอยยับ เหมือนเตียงนั้นมีเจ้าของแล้ว ไม่ให้ใครมานอนอีก

7. หาผ้ามาคลุมปิดกระจก
หากในห้องมีกระจก ให้หาผ้า กระดาษ หรืออะไรที่สามารถมาปิดกระจกได้ ช่องป้องกันภาพสะท้อนที่อาจจะเป็นวิญญาณจริง หรืออาจจะเป็นภาพหลอนที่เราสร้างขึ้นเองได้

8. ทำจิตใจให้ผ่อนคลายก่อนอาบน้ำ
เชื่อว่าเป็นช่วงเวลาระทึกสำหรับใครหลายคน ก่อนเข้าห้องน้ำลองฟังเพลงสนุกๆ ดูหนังสนุกๆ อ่านข่าวบันเทิง แชทคุยกับเพื่อน หรือตอนเข้าห้องน้ำจะเอามือถือไปเปิดเพลงสนุกๆ คลอเบาๆ ด้วยก็ได้

9. พกเครื่องรางของขลัง
ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่องประจำตัว หรือของขลังต่างๆ ของพ่อแม่ให้มา ให้นำติดตัวไว้ตลอด อย่างน้อยก็เพื่อความอุ่นใจ

10. ไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอน
นอกจากจะเป็นการทำสมาธิให้จิตใจของเราสงบลงแล้ว ยังช่วยให้นอนหลับฝันดี จิตใจไม่กังวลวอกแว่กกับเรื่องเร้นลับต่างๆ อีกด้วย


ทั้งนี้ทุกอย่างเป็นวิธีช่วยให้คุณสบายใจมากขึ้น เมื่อต้องเข้าพักในโรงแรมกับเพื่อน หรือเพียงลำพังคนเดียว แต่ถึงอย่างไร หากคุณโชคร้ายพบเจอกับผี หรือวิญญาณจริงๆ ขอให้ตั้งสติ แล้วตั้งใจอธิษฐานว่าจะทำบุญ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ รีบหาทางออกจากห้อง เพื่อพบคนอื่นโดยเร็วที่สุด ขอให้โชคดีนะคะ







แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 ตุลาคม 2020, 18:58:41น. โดย Namtaan

ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 144436
ตอบกลับ #7 24 ตุลาคม 2020, 19:25:02น.


"7 วิธี ที่คุณควรรู้ตอนไปพักที่โรงแรม มาดูสิว่าคุณจะทำได้กี่ข้อ!



เรามักจะได้ยินเรื่องประสบการณ์หลอนๆตอนที่ไปพักโรงแรมจากเพื่อนๆ และคงไม่มีใครเถียงแน่นอนว่าโรงแรมเป็นสถานที่ยอดฮิตอันดับต้นๆที่คุณจะได้เจอผี ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีป้องกันผีหลอก ในกรณีที่คุณต้องเข้าไปพักในโรงแรมคนเดียว

1. ไม่ควรไปพักในห้องพักที่อยู่ในทางด้านในสุด
เวลาไปจองห้องพักโรงแรมคนส่วนใหญ่มักจะเลือกห้องพักที่อยู่ใกล้ลิฟท์ที่สุดก่อน และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอยากจะไปพักห้องพักที่อยู่ด้านในสุด ดังนั้น ห้องพักเหล่านี้จึงไม่ค่อยมีคนเข้าและอาจจะมีแขกพิเศษพักอยู่ในนั้น ซึ่งถ้าใครได้เข้าพักในห้องดังกล่าว ทางที่ดีที่สุดคือติดต่อพนักงานแล้วเปลี่ยนห้องพักจะดีกว่า

2. เคาะประตูก่อนเข้าห้อง
ก่อนที่จะเข้าไปยังห้องพักคุณควรเคาะประตูก่อนทุกครั้ง  แม้คุณจะรู้ว่านี่เป็นห้องว่างก็ตาม และเวลาที่เดินเข้าก็ให้เดินหลบๆไปข้างๆประตูซะหน่อย  เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อแขกพิเศษที่อยู่ในห้องนั้น และเมื่อได้เข้าไปในห้องแล้ว ควรออกเสียงทักทายก่อน เพื่อให้แขกพิเศษที่อยู่ในนั้นรู้ว่ามีคนเข้ามาอยู่ในห้องนี้แล้ว

3. หลังจากเข้าห้องแล้วเปิดไฟให้สว่างทั้งหมด
หลังจากเข้าห้องแล้วควรเปิดไฟให้ครบทุกดวงในทันที  แล้วไปกดปุ่มล้างห้องน้ำจากนั้นไปเปิดผ้าห่มและขยับหมอนซะหน่อย วิธีนี้จะช่วยให้แขกพิเศษรู้ว่ามีคนเข้ามาอยู่ในห้องนี้แล้ว แต่อย่ารีบไปเปิดตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักนะ เพื่อให้แขกพิเศษมีพื้นที่ส่วนตัวและมีเวลาพอที่จะปรับตัวได้ว่ามีคนเข้ามาอยู่ในห้องนี้

4. นำสิ่งของไปวางไว้บนเตียงที่ว่าง
หากคุณพักคนเดียวและห้องคุณเป็นเตียงคู่  คุณอย่าไปนอนเตียงที่ติดกับผนังและอย่าเข้านอนโดยปล่อยให้อีกเตียงหนึ่งว่างเปล่า  พยายามนำสิ่งของไปวางไว้ที่เตียงว่างอีกเตียงหนึ่งก่อนที่คุณจะนอนหลับ เช่น กระเป๋าเดินทางใบใหญ่  เป็นต้น

5. สังเกตุดูในห้องว่ามีสิ่งที่ผิดปกติหรือไม่
หลังจากที่เข้าไปอยู่ในห้องแล้วหากคุณได้กลิ่นแปลกๆ หรือรู้สึกเย็นวาบๆขึ้นมาในทันทีทันใดและมีอาการ "ขนลุก" จงออกจากห้องไปเงียบๆทันทีแล้วให้ไปหาพนักงานต้อนรับเพื่อขอเปลี่ยนห้องใหม่ซะ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วพนักงานต้อนรับจะเข้าใจในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องนั้น

6. อย่านำเสื้อผ้าไปแขวนไว้ในตู้เสื้อ
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถสวมใส่เสื้อผ้าของคุณได้ แต่พวกเขาอาจจะเอาแขนตัวเองใส่เข้าไปเสื้อผ้าและซ่อนตัวอยู่ในนั้นก็ได้ ดังนั้น เวลาไปพักในโรงแรม ทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรนำเอาเสื้อผ้าไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า

7.สิ่งที่ควรทำก่อนนอนหลับ
ก่อนที่จะนอนหลับ ควรเปิดไฟทิ้งไว้อย่างน้อยดวงหนึ่งในขณะที่คุณหลับยิ่งเป็นไฟในห้องน้ำยิ่งดี  แล้วจัดวางรองเท้าของคุณให้อยู่ในลักษณะกลับหัวกลับหางกันบางคนบอกเอาไว้ว่านี่เป็นการแสดงถึงหลัก "หยิน-หยาง" เพื่อคุ้มครองคุณในขณะที่คุณนอหลับ


วิธีการทั้ง 7 ข้อนี้มันสามารถทำได้ง่ายๆ ครั้งต่อไปเวลาที่ไปพักในโรงแรม ก็อย่าลืมทำตาม 7 วิธีที่แนะนำไปนะ เผื่อจะได้ช่วยให้คุณมีความสุขและสะดวกสบายในเวลาไปพักในโรงแรม






 

Loading...
เว็บไซต์ในเครือข่ายอภิโชค : apichokeonlin.com | apichoke.net | apichoke.biz | apichoke.me | apichoke.org | apichoke.info
"ศาสตร์ของการคำนวณหวย สถิติหวยความน่าจะเป็น บนเว็บนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน-นักคำนวณ และบุคคลทั่วไปตลอดจนเลขจากไสยศาสตร์ต่างๆ การที่ใครจะถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือถูกหวย รวยด้วยหวย ก็เป็นเพียงแต่ การเสี่ยงโชค เสี่ยงดวง เท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และไม่ควรงมงาย หากต้องการเสี่ยงโชค ซื้อหวย เล่นหวย ก็ขอให้ เสี่ยงโชคแต่พอเพียงตามกำลังของตนเอง อย่าซื้อเกินกำลังอาจทำให้เดือนร้อนได้"
คำเตือน : อย่าหลงเชื่อหากมีผู้อ้างตนเป็นอาจารย์ดังสามารถให้หวยถูก100%หรือให้ถูกทุกงวดแน่นอน หรืออวดอ้างว่ารู้จักกับเจ้าหน้าที่กองสลาก แล้วเรียกเก็บเงินจากท่าน
ข้อมูลในเว็บนี้ใช้ประกอบเสี่ยงโชคสำหรับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้น ไม่สนับสนุนหวยที่ผิดกฏหมาย