"หวยซอง เลขเด็ด เขียนโดยสาธารณชน เป็นการเสนอแนะเพื่อเสี่ยงโชคซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกกฎหมายเท่านั้น ไม่มีการขายหวยทุกชนิด และ ไม่มีใครทราบว่าหวยจะออกตัวไหน โปรดใช้วิจารณญาณ"

เรื่อง: เสริมดวงยังไงให้ดีดู
 
 2718

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • พลังน้ำใจ: 1
17 มีนาคม 2020, 15:32:09น.
ขอเคล็ดลับหน่อยคะ ทำอย่างไรให้ดูดีและควรแต่งตัวอย่างไร


ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 156425
ตอบกลับ #1 06 มิถุนายน 2020, 10:33:06น.
เคล็ดลับเสริมดวง


ช่วงนี้ใครที่กำลังเครียดเพราะดวงตก ดวงไม่ดี ถ้าอยากจะให้ชีวิตดีขึ้น มี 15 เคล็ดลับเสริมดวง มาบอกต่อกันค่ะ ดูสิว่าจะมีวิธีไหนช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้บ้าง หากใครอยากดวงดี ดวงเฮง ลองตามมาดูกันเลย...


- กระเป๋าสตางค์
          กระเป๋าสตางค์ใบใหม่เสมอในวันขึ้นปีใหม่ ใส่เงินจำนวน 900 หรือ 9,000 ในกระเป๋าไว้สักวัน หนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ เพื่อเอาเคล็ดเอาฤกษ์เพื่อให้กระเป๋าใบนั้นเป็นกระเป๋าที่ดี เรียกเงินเรียกทอง เข้ากระเป๋าได้มาก มีเก็บมากกว่าจะต้องควักออกไป และทุกครั้งที่รับเงินสดเข้ามา ควรนำเงินมาใส่กระเป๋าเอาไว้ก่อน บางคนอาจจะยังคงปล่อยเงินไว้ในซองแล้วก็นำไปฝากธนาคาร ซึ่งถ้าจะเอาเคล็ดเรียกโชคกันจริง ๆ ตามความเชื่อของคนเฒ่าคนแก่ ก็ควรเอาเงินเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ก่อน


- พระสีวลี
          หาโอกาสไปกราบไหว้พระสีวลีที่วัดใดก็ได้ในท้องที่ที่อาศัย พระสีวลีเป็นเอตทัคคาโชคลาภ ท่านเป็น 1 ใน 80 ศิษย์เอกของพระพุทธเจ้า เมื่อไปกราบไหว้ขอพรจากพระสีวลี ชีวิตจะมีโชคดีขึ้น และมีความราบรื่นก้าวหน้า มีเงินมีทองเพิ่มพูนมากขึ้น


- ยักษ์และราหู
          ไม่ควรมีรูปภาพ หรือรูปปั้นยักษ์และราหูประดับตกแต่งในบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านทะเลาะเบาะแว้งกัน มีแต่เรื่องร้อน ๆ ขาดโชคขาดลาภ พลังของวิญญาณ อย่านำโปสเตอร์, รูปภาพหนังผี, คนบาดเจ็บจากนิตยสารที่มีแต่ความน่ากลัวมาติดผนังบ้าน หรือรูปคนตายมาติดประดับไว้ที่ห้อง (ยกเว้นภาพถ่ายบุคคลในครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้ว) หลีกเลี่ยงภาพน่ากลัว หรือดูดุร้าย เพราะล้วนเป็นแหล่งเรียกคลื่นพลังงานที่ไม่เป็นมงคล จะทำให้โชคลาภหดหาย คนในบ้านจะมีแต่เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น เกิดอุบัติเหตุ การนำภาพมาติดผนังประดับบ้านควรเลือกภาพที่ดูสวยงาม


- เตียงนอน
          อย่าตั้งเตียงนอนโดยเอาหัวเตียงหันไปชนกับผนังห้องน้ำ เพราะจะทำให้เสื่อมโชค อับโชค อย่าตั้งเตียงนอนโดยหันปลายเตียงเล็งตรงกับประตูทางเข้าพอดี เพราะจะทำให้ฝันร้ายและอับโชค


- สุนัข แมวจรจัด
          แบ่งอาหารและน้ำให้แก่สุนัข หรือแมวจรจัดที่หิวโหยบ้าง ในวันฝนตกก็อนุญาตให้สัตว์จรจัด เข้ามาหลบฝนในชายคาบ้าน การทำบุญทำทานกับสัตว์นั้นให้อานิสงส์ผลบุญแก่ตัวเราได้อย่างมหาศาล


- ห้องครัว
          ดูแลปัดกวาดเช็ดถูและจัดข้าวของเครื่องใช้ในครัวให้สะอาดอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ครัวสกปรก เพราะครัวเป็นขุมพลังของบ้าน บ้านที่ปล่อยให้ครัวสกปรกจะอับโชค เงินทองหามาได้ก็ต้องจ่ายออกไป เจริญรุ่งเรืองช้านัก


- ผ้าเช็ดหน้า
          อย่าให้ของขวัญคนรัก หรือเพื่อนสนิทเป็นผ้าเช็ดหน้า เพราะถือว่าเป็นลางไม่ดี ถือเป็นของขวัญอับโชค มอบให้กันแล้วจะมีเรื่องต้องพลัดพรากจากกัน หรือมีเรื่องต้องเมินหมางห่างเหินกันไป

- กระจก
          ขัดถูกระจกในบ้านให้สะอาดใสอยู่เสมอ ถ้าปล่อยให้กระจกขุ่นมัวเป็นประจำ ดวงชะตาของคนในบ้านจะหม่นหมองทำอะไรไม่ขึ้น

- วันบริสุทธิ์
          วันที่ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก คือวันโกน วันพระ วันเกิด และวันเข้าพรรษา ตามธรรมเนียมโบราณนิยมปฏิบัติกันเช่นนี้ เพื่อให้เทวดาคุ้มครองรักษาตลอดไป

- เหรียญนำโชค
          เมื่อเจอเงินตกอยู่ตามทางเดิน แม้จะเป็นเพียงเหรียญบาทก็ให้เก็บเอาไว้ ให้ถือเสมือนเป็นเหรียญนำโชค การเดินผ่านเลยไป เพราะเห็นว่าเป็นเพียงเหรียญบาท เหรียญสลึงนั้น ถือเป็นการดูถูกเงินทอง ไม่เห็นคุณค่าของเงิน คนเฒ่าคนแก่เชื่อกันว่ามันจะทำให้คุณอับโชคทั้งวัน หรือในช่วง 3-7 วันนั้น


- แหวนเสริมดวง
          เลือกสวมแหวนที่ถูกโฉลกกับเดือนเกิด หรือวันเกิดเพื่อเสริมโชคดีให้ชีวิต ถ้าอยากเสริมดวงการเงิน ควรสวมแหวนทอง แหวนเงิน แหวนหยก และแหวนหัวพลอยสีที่ถูกโฉลก ถ้าอยากเสริมดวงความรัก ให้สวมแหวนรูปหัวใจ รูปดาว เลือกแหวนเพชรหรือเทอร์ควอยส์ก็ได้ วงแหวนลูกปัดและหินสีต่าง ๆ - จะช่วยเสริมดวงเสน่ห์การสวมแหวน สวมแหวนนิ้วกลางขวา เสริมดวงการเงินและบารมี สวมแหวนนิ้วนาง นิ้วก้อย เสริมเสน่ห์ และเสริมดวงความรัก

- ทำบุญโลงศพ
          ไปที่มูลนิธิใกล้บ้าน ทำบุญบริจาคเงิน ร่วมกันซื้อโลงศพให้ศพอนาถาที่ไร้ญาติ การทำบุญโลงศพจะช่วยเสริมดวงชะตาให้กล้าแข็ง เหมาะสำหรับช่วงดวงอ่อน และมีทุกข์ มีเคราะห์

- พระพรหมศักดิ์สิทธิ์
          หาโอกาสไปกราบไหว้พระพรหมสักครั้ง ถ้าอยู่ที่กรุงเทพ ก็ไปไหว้ที่หัวมุมสี่แยกราชประสงค์โรงแรมเอราวัณก็ได้ หรือที่ศาลพระพรหมแห่งใดก็ได้ทั้งนั้น พระพรหมเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวขวัญกันมากว่า บนบานอธิษฐานขออะไรมักได้ดังปรารถนา ด้วยว่าท่านเป็นเทพแห่งความสำเร็จนั่นเอง


- หิ้งพระ
          หิ้งพระ หรือหิ้งบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเทพต่าง ๆ หรือ ร.5, ในหลวงของเรา เมื่อตั้งหิ้งบูชาแล้วจะต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ หมั่นเปลี่ยนดอกไม้ พวงมาลัยถวายน้ำสะอาด ถ้าปล่อยให้หิ้งสกปรก มีแต่ฝุ่นจับเต็มไปหมด บ้านนั้นจะมีแต่ความเสื่อมถอย โชคลาภหดหาย ยากที่จะเจริญรุ่งเรือง

- ไข่ และ ส้ม
          ในบ้านเรือนควรมีไข่ และมีส้มไว้ในตะกร้าเสมออย่าให้ขาด เพื่อเรียกความสมบูรณ์พูนสุขเข้าบ้าน ทำให้ชีวิตอยู่ดีมีสุขตลอดไป ไข่และส้มเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และความโชคดี




ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 156425
ตอบกลับ #2 06 มิถุนายน 2020, 10:43:05น.
เคล็ดลับ 14 วิธี ทำบุญอย่างไรเสริมดวงชะตา และ ให้รวย


การแก้กรรมทำได้หรือไม่ จริง ๆ แล้วการแก้กรรมไม่สามารถทำได้ แต่เราทำบุญหนีจากบาปครับ เหมือนบาปกำลังปั่นจักรยานมาหาคุณ แต่คุณไปหามอเตอร์ไซต์มาขี่แทน
หรือถ้าเป็นบุญใหญ่ก็เหมือนเราได้ขับรถยนต์ไปแทน แต่อย่าประมาทนะครับ รถยนต์น้ำมันหมดเมื่อไหร่ จักรยานก็มีโอกาสตามทันนะครับ

นี่เป็น 14 วิธีทำบุญให้รวยครับ

 
1. ถือศีล 5 การถือศีล 5 เป็นประจำนี้ จะช่วยเสริมดวงชะตาและจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความดีงามครับ การทำดี และไม่เบียดเบียนใครถือเป็นการทำบุญกุศลที่ได้อานิสงส์ เป็นผลให้เกิดความโชคดี และแก้เคราะห์ลดกรรมได้ และการถือศีล 5 มิได้ขาดเป็นใบเบิกทางไปสู่ความเป็นพระอริยเจ้าด้วยครับ เห็นมั้ยล่ะครับแค่คิดจะแค่ถือ 5 ก็มีเรื่องดี ๆ มารอเราอยู่แล้ว

2. การถือศีล 8 จะช่วยเสริมดวง และแก้เคราะห์ได้เช่นเดียวกับการถือศีล 5 แต่การถือศีล 8 นั้นปฏิบัติได้ยากยิ่ง ถ้ากำลังใจไม่ถึงจริง ๆ จะทำได้ไม่กี่วันก็เลือกครับ แต่เมื่อปฏิบัติได้สำเร็จจะได้กุศลแรงนัก กรรมไม่ไดีจะชลอตัว ปฏิบัติแล้วยังช่วยเสริมดวงอำนาจบารมีได้อีกด้วย ส่วนใหญ่คนที่ถือศีล 8 เป็นประจำเมื่อมีโอกาส จะทำอะไรก็ทำมาค้าขึ้นมากกว่าปกติครับ

3. กินเจ ก็เพื่อลดละชีวิตสัตว์ ซึ่งได้อานิสงส์ผลบุญสูง และเราควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ถ้าอธิษฐานไว้ว่า 7 วัน ก็ทำให้ครบ 7 วัน วันเกินได้แต่อย่าให้ขาด อาจตั้งจิตว่าจะทำทุกวันพระ หรือปฏิบัติในทุกวันเกิดของตัวเองในแต่ละเดือน เป็นต้น

4. ไหว้พระและถวายดอกไม้ ธูปเทียน รวมทั้งการปิดทองคำ เปลวและเครื่องหอม ผลบุญนี้จะทำให้ชีวิตรุ่งเรือง มีความเจริญก้าวหน้า อันนี้คงไม่ต้องอธิบายมาก ได้ผลบุญเห็น ๆ กันอยู่แล้วครับ ถ้าทำเป็นประจำด้วยจิตปรารถนาที่จะทำจริง เมื่อสิ้นอายุขัยจากมนุษย์ไป มีสิทธิ์ได้เป็นเทวดา นางฟ้า แน่นอนครับ
 
5. ถวายน้ำมันตะเกียง เพื่อความรุ่งโรจน์โชติช่วงของ ชีวิต เช่นเดียวกับความสว่างของแสงตะเกียง ทำให้พ้นจากความมืดมิดทั้งการดำเนินชีวิต รวมทั้งปัญหา และความคิดที่สว่างไสวไม่อับจนหนทาง อันนี้มีอานิสงค์ทันตาเห็นเลยครับ ถ้าเราได้ไปเติมน้ำมันในตะเกียงที่น้ำมันหมดแล้ว หรือเหลือน้อยแล้ว อาจจะลองไปตามวัดต่าง ๆ ได้ ถ้าผมเห็นน้ำมันตะเกียงอันไหนใกล้จะหมดแล้ว ผมจะเติมน้ำมันในตะเกียงนั้นเยอะเป็นพิเศษ เพื่อที่คนข้างหลังจะได้นำธูปเทียนมาจุดต่อได้อีกมากมายหลายคน

6. ถวายสังฆทาน เป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยถวายสิ่งของจำเป็นแด่พระสงฆ์ อานิสงส์ผลบุญจะส่งให้ชีวิตหมดเคราะห์หมดโศก จะทำสิ่งใดก็ราบรื่นไม่ติดขัด พบแต่ความสำเร็จสมปรารถนา รวมทั้งมีความเป็นอยู่อุดมสมบูรณ์ไม่ขัดสน ถ้ามีโอกาสขอให้ทำทุกเดือนนะครับ การถวายสังฆทานนี่บุญหนุนส่งมากครับ

7. ไหว้พระ ไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ จะทำให้พบ กับความสุขความเจริญ เกิดความสุขใจว่ามีที่พึ่งพิง ยึดเหนี่ยว นำมาซึ่งกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไป และรู้สึกเสมอว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ถึงแม้เราจะมองไม่เห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มองเห็นเรานะครับ ท่านจะคอยช่วยเหลือในเราที่เราดวงไม่ค่อยดี หรือหางออกไม่ได้ ท่านจะมาช่วยเหลือเราเสมอครับ แต่ท่านก็สามารถช่วยได้ไม่เกินบุญบารมีของเราครับ

8. ทำบุญปล่อยสัตว์ เป็นการไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น ถือว่าได้บุญแรง จะต้องทำด้วยความตั้งใจจริง เช่น การไปซื้อสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่าไปปล่อย หรือไถ่ชีวิตวัวควายถวายวัด จะได้บุญแรงขึ้นไปอีกถ้าได้ไถ่ชีวิตวัวควายที่กำลังตั้งท้องอยู่ ถือว่าได้ช่วยถึง 2 ชีวิตในคราวเดียวกัน เพื่อมอบให้ชาวนานำไปใช้ประโยชน์ต่อไป หรือซื้อปลาในตลาดที่จะถูกฆ่าไปปล่อย น้ำ ยามมีเคราะห์ภัยก็จะแคล้วคลาด เพราะแรงบุญที่ได้ทำให้เค้าแคล้วคลาด ผลบุญนี้ยังผลให้หมดทุกข์ หมดภัย และพบความสุขความเจริญในชีวิตครับ ลองทำดูครับ

9. ทำบุญให้ทาน เป็นการรู้จักเสียสละทรัพย์ของตนเอง และแบ่งปันให้ผู้อื่น ซึ่งผลบุญจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องมีจิตใจยินดีในการทำบุญให้ทานด้วย ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงพุทธศาสนา หรือให้ทานแด่ผู้ยากไร้ เป็น การทำบุญที่มาจากจิตใจอันไม่ยึดติดมีความไม่โลภ ผลบุญจึงหนุนนำให้มีแต่ความราบรื่น ยามมีเรื่องติดขัดก็จะมีผู้มาช่วยเหลือค้ำจุน ล้วนแล้วแต่เป็นบุญส่งเสริมให้ชีวิตมีโชค มีทรัพย์ และมากด้วยบารมี
 
10. ทำบุญโลงศพ ซื้อโลงศพบริจาคให้แด่ศพอนาถาไร้ญาติ จะได้อานิสงส์แรงยิ่งนัก การทำบุญเช่นนี้จะช่วยเสริมดวงชะตาให้แข็งแกร่ง สามารถต้านเคราะห์ภัยหนักต่าง ๆ และผ่อนหนักเป็นเบาได้

11. พิมพ์หนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทาน จัดพิมพ์เอง หรือร่วมบริจาคสมทบทุนการพิมพ์กับผู้อื่นก็ได้ เป็นการเสริมดวงให้มีวาสนาบารมี เพื่อให้ปัญญาสว่าง หมดทุกข์ หมดโศก ไม่มีเคราะห์ร้ายมากล้ำกราย

12. บริจาคค่าน้ำ ค่าไฟ จะช่วยให้ชีวิตราบรื่น หมดทุกข์ หมดโศก ประสบแต่ความโชคดี ถ้าในเรื่องการทำธุรกิจก็อาจจะทำให้เราได้เห็นช่องทางการแสวงหาน่าน้ำใหม่ ๆ ทำให้คิดอะไรได้ปลอดโปร่งยิ่งขึ้น

13. ซื้อข้าวสารถวายวัด หรือเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าตามสถานสงเคราะห์เป็นการสั่งสมบุญกุศล เพื่อให้ชีวิตมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และเพียบพร้อมด้วยบารมี

14. การตักบาตรร่วมขันกับผู้อื่นหรือทำบุญร่วมกับผู้อื่น ไม่ ว่าจะทำบุญด้วยการบริจาคทรัพย์ หรือโดยทางอื่น จะส่งผลให้เนื้อคู่ดูดี ดวงชะตาแข็งแกร่ง เกื้อกูลซึ่งกันและกัน และจะได้แต่เพื่อนที่ดีในชาตินี้

ซึ่งการทำบุญนี้ก็จะส่งผลแต่ในเรื่องที่ดี ทำให้เวลาที่เราทำดีแล้วเรามีความสุขที่ได้ทำ แต่ก็ต้องดูเงินในกระเป๋าก่อนที่เราจะทำบุญด้วยนะครับ ทำแล้วต้องไม่ทำให้ตัวเราเองเดือดร้อน และขออนุโมทนากับทุกท่านที่ได้ทำบุญด้วยนะครับ

 






ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 156425
ตอบกลับ #3 29 พฤษภาคม 2022, 15:03:27น.
วิธีการ เป็นผู้ชายแต่งตัวดี

การแต่งตัวดูดีสามารถทำให้หนุ่ม ๆ มีความมั่นใจ ดึงดูดใจ และเรียบร้อยน่ามองจนทำให้ไม่ว่าบริษัทไหน ๆ ก็อยากจ้างและมีแต่สาว ๆ อยากออกเดทด้วย คนเรามักสังเกตการแต่งกายของคนอื่นเป็นอันดับแรกและความประทับใจแรกนี้จะติดค้างอยู่ในใจไปนานแสนนาน เพียงทำตามวิธีง่าย ๆ ด้านล่าง ไม่ว่าหนุ่มคนไหนก็สามารถแต่งกายเพื่อสร้างความประทับใจได้ทั้งนั้น

1. มีสไตล์การแต่งตัวเป็นของตัวเอง

-รักษาความเป็นตัวของตัวเองไว้และแต่งกายให้เหมาะสมกับสิ่งต่าง ๆ ที่คุณทำ เช่น ถ้าปกติแล้วคุณไม่ได้เล่นกีฬา ก็อย่าแต่งกายราวกับเพิ่งเดินออกมาจากสนามบาสเก็ตบอลเลยนะ
-เมื่อต้องแต่งตัวไปทำงานหรือไปเรียน คุณต้องเคารพวัฒนธรรมของที่ที่คุณอยู่ การแต่งกายของคุณต้องทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพและมีความสามารถ แต่ก็ต้องสะท้อนให้เห็นว่าคุณแต่งกายอย่างเคารพสถานที่ด้วย
-ถ้าคุณกำลังจะไปสัมภาษณ์งาน ถามทางบริษัทไปเลยว่าปกติแล้วผู้สมัครมักแต่งกายกันแบบไหน คุณควรแต่งกายแบบกึ่งทางการหรือเป็นทางการไปเลย เวลาไปสัมภาษณ์งานน่ะ แต่งเกินดีกว่าแต่งขาดนะ
-ลงทุนซื้อสูทดี ๆ เพื่อใส่ไปร่วมงานสร้างเครือข่ายทางอาชีพ งานประชุมของอุตสาหกรรมธุรกิจ หรืองานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ เลือกสูทสีเข้มดูดีมีคลาสจะได้ใส่ได้หลาย ๆ โอกาสหน่อย สีที่เข้าท่าก็เช่น สีเทา สีน้ำเงินเข้ม และสีดำ
-คุณอาจจะใส่เสื้อยืดของวงดนตรีวงโปรดหรือจะใส่เสื้อลายทหารก็ได้หากการแต่งกายแนวนี้สะท้อนความชอบของคุณ แต่ต้องดูด้วยว่าเข้ากับเสื้อผ้าชิ้นอื่นบนร่างกายไหม การแต่งกายโดยรวมของคุณจะได้ดูเข้าที่เข้าทางหน่อยไงล่ะ
-เมื่อต้องไปร่วมงานที่เป็นทางการ อย่าแต่งตัวสบาย ๆ เกินไปนัก คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณเคารพและมีส่วนร่วมกับงานนั้น แต่งตัวให้เข้ากับงานที่ไป คุณต้องแต่งกายให้ดูน่าเข้าหาและมีความมั่นใจนะ


2.คิดถึงบุคลิกของตัวเองตอนที่เลือกเสื้อผ้า.
คุณไม่จำเป็นต้องฝืนเป็นคนอื่นและการเลือกใส่เสื้อผ้าที่สะท้อนความเป็นตัวคุณก็เป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน คุณก็แค่ต้องระวังไม่แต่งกายจนผิดกาลเทศะหรือแต่งกายแบบที่จะทำให้คนอื่นมองคุณผิด ๆ ก็เท่านั้น
-ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ คุณต้องหันมาทุ่มความสนใจให้แฟชั่นและตามกระแสตลอดเวลาเพียงเพราะแค่ต้องการจะแต่งตัวดีหรอกนะ
-การแต่งกายให้ดูดีไม่ได้แปลว่าคุณจะต้องทำตามกฎของการตัดเย็บเสื้อผ้าและแต่งตัวแบบที่ “ผู้ชายที่แต่งตัวดีทุกคนพึงแต่ง” การที่คุณไม่มีเสื้อเชิ้ตทรงอ็อกซ์ฟอร์ดติดกระดุมสุดคลาสสิกในตู้เสื้อผ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร
-ถ้าปกติแล้วคุณเป็นคนสบาย ๆ เงียบ ๆ และไม่ค่อยทำตัวไร้สาระ การมีเสื้อผ้าเรียบง่าย ธรรมดา ๆ แต่ตัดเย็บอย่างดีไม่กี่ตัวในตู้เสื้อผ้าก็พอไหวอยู่นะ
-แต่ถ้าปกติแล้วคุณเป็นคนมีบุคลิกชวนเร้าใจและชอบแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา การมีเสื้อผ้าที่สะท้อนความเป็นตัวคุณอยู่ในตู้ก็เข้าท่าอยู่ แต่คุณต้องรู้จักระงับใจซักหน่อยจะได้ไม่แต่งตัวเลยเถิดเกินไป


3.เลือกเสื้อผ้าที่จะแสดงออกถึงความเป็นตัวคุณอย่างระมัดระวัง.
การแต่งกายที่เหมาะสมคือการที่คุณรู้สึกสบายที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ซ่อนตัวตนและให้เสื้อผ้าเป็นตัวบ่งชี้สิ่งที่คุณเป็น
-การเลือกใส่เสื้อผ้าที่สะท้อนความสนใจของคุณก็ดีอยู่หรอก แต่หลีกเลี่ยงไม่ทำตัวเป็นป้ายประกาศเดินได้ของยี่ห้อสินค้า ทีมกีฬา หรือนักดนตรีจะดีกว่านะ
-หลีกเลี่ยงไม่ใส่เสื้อที่แสดงข้อความหยาบคายหรือเสียดสี คุณจะดูดึงดูดใจกว่านะถ้าสิ่งที่คุณสวมใส่สะท้อนแง่มุมดี ๆ ให้แก่โลกใบนี้
-พยายามอย่าแต่งกายเหมือนกำลังใส่ชุดประจำตำแหน่งหรือเครื่องแบบ อย่าแต่งชุดทหารถ้าคุณไม่ได้กำลังจะไปล่าสัตว์หรืออยู่ระหว่างการฝึกการต่อสู้อยู่ในขณะนั้น
-ถ้าคุณมีคนดังที่ชอบ การแต่งกายโดยมีเขาเหล่านั้นเป็นแรงบันดาลใจก็ไม่เลวเลยทีเดียว คุณแค่ต้องดูด้วยว่ากิจกรรมและรูปร่างของคุณเหมาะสมกับการแต่งกายแบบนั้นไหม


เลือกเสื้อผ้าคุณภาพดีที่สมตัว

แต่งกายให้เหมาะสมกับรูปร่าง. คุณไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างสมบูรณ์แบบเพื่อที่จะได้ดูดีเวลาสวมใส่เสื้อผ้าหรอก เสื้อผ้านั้นสามารถทำให้รูปร่างคุณดูเปลี่ยนไปได้อย่างไม่น่าเชื่อและสามารถสร้างภาพลวงให้คุณดูสูงหรือผอมว่าตัวจริงได้ด้วยนะ[2]
-คิดซะว่าการแต่งกายนั้นเป็นการสร้างภาพลวงตา พิจารณาแนวเส้นและรูปทรงของชุดว่าถ้าใส่แล้วจะดูเป็นอย่างไรบนร่างกายและคิดดูว่าเสื้อผ้าที่เลือกนั้นช่วยขับสัดส่วนที่ดีที่สุดของคุณหรือเปล่า
-สัดส่วนของผู้ชายในอุดมคติคือต้องดูสูง ไหล่กว้าง และสะโพกแคบ พิจารณาตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่าร่างกายของคุณเป็นไปตามอุดมคติไหมและหาเสื้อผ้าที่ช่วยซ่อนส่วนที่ควรซ่อนและขับส่วนที่ควรโดดเด่น
-คุณจะเพิ่มลูกเล่นให้กับสัดส่วนของตัวเองก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงโอกาสและวงสังคมของคุณด้วย นอกจากนี้ คุณต้องคอยระวังด้วยว่าเสื้อผ้าที่ใส่ทำให้ร่างกายคุณดูเป็นอย่างไร แล้วก็ต้องหาจุดสมดุลระหว่างการแต่งกายเพื่อเผยสัดส่วนที่ดูดีและเพื่อเผยรสนิยมทางแฟชั่น
-ตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าแนวฮิปฮอปนั้นมักดูเทอะทะและทำให้ร่างกายส่วนล่างดูใหญ่กว่าส่วนบน ส่วนการแต่งกายแบบฮิปสเตอร์นั้นอาจทำให้คุณดูผอมได้ หากคุณอยากให้ตัวเองมีภาพลักษณ์แบบนี้และไม่ได้จะแต่งตัวแบบนี้ไปงานที่เป็นทางการหรือแต่งไปทำงานก็พอได้อยู่นะ


รู้ไว้ว่าเสื้อผ้าที่สมตัวนั้นไม่ใช่แค่พอดีตัวเท่านั้น. บริษัทผลิตเสื้อผ้าใช้มาตรวัดมาตรฐานเพื่อกำหนดขนาดและความเหมาะสมเพื่อขายเสื้อผ้าให้ลูกค้าหลายกลุ่ม แต่คนแต่ละคนก็มักจะมีร่างกายที่แตกต่างกัน
-การใส่เสื้อผ้าให้สมตัวนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของการแต่งกาย ไม่ว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นจะมีสไตล์ที่วิเศษแค่ไหน แต่ถ้ามันไม่เหมาะสมกับตัวคุณก็อย่าไปใส่เลย
-สังเกตดูว่าเสื้อผ้าที่คุณลองใส่นั้นดูเป็นอย่างไรบนร่างกายของคุณและพยายามยืดหยุ่นในเรื่องขนาด ในร้านนึงคุณอาจจะใส่ไซส์กลาง แต่อีกร้านคุณอาจจะใส่ไซส์ใหญ่ก็ได้
-จำไว้ว่าเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายจะหดตัวเล็กน้อยเมื่อคุณซักและอบแห้งครั้งแรก ถ้าคุณคิดจะอบเสื้อผ้าจากผ้าฝ้าย คุณต้องเลือกขนาดเสื้อที่ใหญ่กว่าปกติเล็กน้อยเพื่อที่เวลาหดจะได้พอดีตัว แต่ถ้าคุณซักแห้งเสื้อผ้าบางชิ้นเป็นประจำอยู่แล้ว คุณก็ไม่ต้องกังวลอะไรกับเรื่องนี้
-เลือกใส่เสื้อผ้าของยี่ห้อที่ผลิตเสื้อผ้าพอดีกับลักษณะร่างกายของคุณ. คุณอาจจะพบว่ามีเสื้อผ้าบางยี่ห้อและบางร้านที่สมกับตัวคุณมากกว่าเจ้าอื่น ดังนั้น การไปเลือกซื้อเสื้อผ้าเฉพาะจากร้านนั้น ๆ ก็เป็นความคิดที่ดีนะ
-หาช่างตัดเสื้อดี ๆ บางครั้งเสื้อผ้าจากราวแขวนก็ไม่พอดีตัวแต่เราสามารถทำให้เสื้อผ้าเหล่านั้นพอดีตัวได้ด้วยการปรับขนาดอย่างง่าย ๆ ร้านค้ามากมายมีบริการแก้ทรงเสื้อผ้าในราคาย่อมเยาหากคุณซื้อเสื้อผ้าจากร้านนั้น ๆ
-สำหรับเสื้อเชิ้ต รอยตะเข็บที่ต้นแขนควรอยู่ตรงปลายไหล่และความยาวของเสื้อเชิ้ตอาจยาวเกินเข็มขัดได้แต่ไม่ควรยาวเกินสะโพก
-เสื้อเชิ้ตที่ดีจะพอดีตัวโดยมีแนวตะเข็บไหล่อยู่ตรงช่วงโค้งของไหล่พอดีและแขนเสื้อควรยาวถึงบริเวณก่อนถึงเส้นโค้งรอบมือ (ซึ่งก็คือบริเวณที่มือกับข้อมือบรรจบกันนั่นเอง)
-สำหรับกางเกง รอบเอวบริเวณเหนือสะโพกควรใส่สบายพอดีตัว ส่วนขากางเกงควรจะยาวลงไปจนถึงบริเวณเหนือขอบรองเท้าแต่ไม่ยาวกรอมพื้น
-สำหรับกางเกงขาสั้น คุณควรเลือกขากางเกงที่กว้างกว่าเวลาเลือกกางเกงขายาว โดยปลายกางเกงควรยาวอยู่ระหว่างบริเวณเหนือเข่าหรือกลางเข่า
-เสื้อเชิ้ตที่ตัดเย็บแบบยุโรปจะแตกต่างจากเสื้อเชิ้ตที่ตัดเย็บแบบอเมริกันอยู่นิดหน่อย เสื้อเชิ้ตที่ตัดเย็บแบบยุโรปจะแนบเนื้อกว่าและกระชับด้านข้างมากกว่า ในขณะที่เสื้อแบบอเมริกันจะหลวมกว่าและมีที่ว่างเหลือมากกว่า



เลือกสีสันของเสื้อผ้าให้เหมาะสม. สีสันของเสื้อผ้านั้นจะช่วยขับสีผิว ดวงตาและผมของคุณได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของคุณด้วย สีบางสีอาจจะดูดีมากกว่าสีอื่นยามคุณสวมใส่ นอกจากนี้ สีสันยังช่วยปรับอารมณ์ของคุณได้ด้วยนะ และการเลือกใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสที่ดูทันสมัยก็ยังช่วยทำให้คุณดูตามกระแสด้วยล่ะ[3]
-ทดลองใส่เสื้อผ้าหลาย ๆ สีและเลือกสีที่เข้ากับคุณมากที่สุด โดยสีที่เหมาะสมควรช่วยขับให้ผิวคุณดูสุขภาพดีไม่ใช่ซีดเซียว กระดำกระด่าง หรือดูป่วย ๆ ส่วนดวงตาของคุณก็ต้องดูใสเป็นประกาย ไม่ใช่แดงก่ำหรืออิดโรย
-ถ้าคุณมีตาสีฟ้าหรือสีเขียว ลองใส่เสื้อเชิ้ตหรือเนกไทสีฟ้าดูสิ สีตาจะได้เด่นขึ้นไง และจำไว้ว่าเสื้อผ้าบางเฉดสี เช่น แดงหรือน้ำตาลจะทำให้สีตาคุณดูหม่นและทำให้คุณดูอิดโรยได้
-ถ้าคุณมีผิวซีดและผมสีเข้ม คุณน่าจะลองแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่เต็มเติมความต่างของสองสิ่งนี้ได้ การใส่เสื้อผ้าสีน้ำตาลแดงหรือสีกากีอาจจะทำให้คุณดูซีดเป็นไก่ต้มได้นะ
-สีสันของเสื้อผ้าที่คุณเลือกใส่ควรทำให้คุณรู้สึกมีความสุขและสบายใจ ดังนั้น ใส่ใจซักหน่อยว่าสีของเสื้อผ้าที่คุณใส่ทำให้คุณรู้สึกอย่างไร ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจที่ต้องใส่เสื้อผ้าบางสีก็อย่าใส่ แม้ว่าสีนั้นจะอยู่ในกระแสหรือเป็นสีประจำทีมกีฬาโปรดของคุณก็ตาม
-คนบางคนชอบใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสเช่น สีเหลือง หรือสีส้ม แต่สีสันเหล่านี้อาจทำให้คนอื่นรู้สึกประหม่าได้
-คุณอาจจะเคยสังเกตเห็นยามออกไปช้อปปิ้งว่าเสื้อผ้าบางสีนั้นเป็นที่นิยมเฉพาะในบางฤดู เช่น สีเหลืองฟลูออเรสเซนต์หรือสีเหลืองมัสตาร์ด การมีเสื้อผ้าสีที่กำลังเป็นที่นิยมเก็บไว้ในตู้ซะบ้างก็ดีอยู่หรอก แต่คุณควรซื้อแต่สีที่ใส่แล้วรู้สึกดีและทำให้คุณดูดีไม่ว่าตอนนั้นอะไรกำลังอยู่ในกระแสนะ
-สีบางสีนั้นเป็นสีคลาสสิกที่ไม่เคยล้าสมัย เช่น สีน้ำตาล สีดำ สีกากี สีเทา และสีกรมท่า เสื้อผ้าที่มีสีเหล่านี้นะแต่งง่าย แต่อย่างไรก็ตาม คุณต้องพิจารณาสีผิวและความรู้สึกของตัวเองยามสวมใส่เสื้อผ้าพวกนี้ด้วยนะ
-เลือกซื้อเสื้อผ้าสีที่สามารถใส่ได้ทุกวันและซื้อเสื้อผ้าสีเหล่านี้เมื่อคิดจะซื้อเสื้อผ้าแพง ๆ คุณจะได้ใส่เสื้อผ้าเหล่านี้ได้หลายโอกาสและใส่ได้นาน ๆ ไงล่ะ
-จำไว้ว่าแม้ว่าเสื้อผ้าเหล่านี้จะมีสีกลาง ๆ แต่คุณใส่แล้วอาจจะดูดีหรือไม่ก็ได้ ตัวอย่างเช่น คนบางคนอาจใส่สีดำไม่ขึ้นเลยก็มี



ใส่เสื้อผ้าคุณภาพดีที่สุดเท่าที่สามารถซื้อได้. คุณควรเลือกเสื้อผ้าที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพสูงและมีความทนทาน คุณภาพของเสื้อผ้าสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณซื้อเสื้อผ้าที่จำเป็นต้องมีติดตู้ไว้ เช่น กางเกงหรือเสื้อผ้าสำหรับโอกาสที่เป็นทางการที่คุณอยากจะเก็บไว้ใส่นาน ๆ
-คุณไม่จำเป็นต้องถลุงเงินเมื่อซื้อเสื้อผ้าแต่ถึงอย่างไรก็ต้องใส่ใจคุณภาพเสมอนะ วางแผนจ่ายหนัก ๆ เพื่อซื้อเสื้อผ้าชิ้นสำคัญและจ่ายน้อยลงหน่อยเมื่อซื้อของในกระแสหรือเสื้อผ้าที่ใส่แล้วเก่าเร็วเช่นพวกเสื้อยืด เป็นต้น
-ร้านขายของมือสองคือแหล่งซื้อหาสินค้าคุณภาพดีเลยล่ะ จำไว้ว่าการซื้อของยี่ห้อแพง ๆ ไม่ได้กะรันตีว่าคุณภาพจะดีเสมอไป ตัดสินใจดี ๆ เมื่อต้องเลือกเสื้อผ้าไม่ว่าจะไปซื้อที่ไหนก็ตามนะ


อย่าขี้เหนียวเมื่อต้องเลือกซื้อเครื่องประดับ. โดยเฉพาะพวกรองเท้า เส้นแบ่งระหว่างการแต่งตัวดูดีหรือแต่งตัวโลโซนั้นบางทีก็อยู่ตรงที่รายละเอียดปลีกย่อยพวกนี้แหละ เครื่องประดับคุณภาพดีน่ะสามารถช่วยทำให้เสื้อผ้าเรียบง่ายดูดีขึ้นได้นะ[4]
-ถึงการมีรองเท้าหลายคู่จะดูสาวไปซักหน่อย แต่ก็จะช่วยให้คุณแต่งตัวได้เหมาะสมกับแต่ละโอกาสมากขึ้นนะ นอกจากนี้ การใส่รองเท้าสลับกันในแต่ละวันจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น แถมอายุการใช้งานของรองเท้าแต่ละคู่ก็จะยาวขึ้นด้วย
-รองเท้ากีฬานั้นเหมาะกับการแต่งกายแบบลำลองดูสปอร์ต อย่างไรก็ดี อย่าเอาแต่ใส่รองเท้ากีฬาอยู่ตลอดเวลา เว้นเสียแต่ว่าคุณอยากดูเป็นวัยรุ่น
-รองเท้าสีดำดูเป็นทางการคือสิ่งจำเป็นที่ต้องมียามต้องไปร่วมงานที่เป็นทางการ แม้ว่าจะราคาแพง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การลงทุน โดยเฉพาะถ้าคุณรู้จักดูแลซะหน่อย อย่าซื้อรองเท้าที่มีหัวร้องเท้าเหลี่ยมหรือหัวแหลมเกินไป รองเท้าแบบนี้ไม่คลาสสิกไปตลอดหรอกน่า
-รองเท้าบู๊ตตะลุยทะเลทราย (Desert boots) หรือรองเท้าบู๊ตหุ้มข้อ (chukkas) นั้นก้ำกึ่งอยู่ระหว่างความลำลองและความเป็นทางการ รองเท้าแบบนี้เหมาะสมสำหรับใส่ออกไปตะลุยราตรีในเมืองเมื่อคุณนึกครึ้มอยากแต่งเนื้อแต่งตัวขึ้นมาแต่ก็ไม่อยากทำตัวโอเว่อร์เกินไป เลือกสีกลาง ๆ ที่ดูดีเช่น สีทราย สีน้ำตาล หรือสีเทานะ
-รองเท้าหน้าตาราคาถูกหรือใส่ไม่สบายอาจทำให้เครื่องแต่งกายทั้งตัวของคุณดูด้อยค่าลงได้เลยนะ รองเท้าที่ใส่ไม่พอดีอาจส่งผลกระทบต่อท่าทางและอารมณ์ของคุณ ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของคุณดูแย่ลงอย่างแน่นอน
-คุณต้องเลือกใส่เนกไทดี ๆ เสมอเมื่อออกงานเป็นทางการ เนกไทอาจช่วยทำให้สูทธรรมดา ๆ ของคุณดูสไตล์ขึ้นได้เยอะเลยล่ะ
-ระวังเวลาใส่หมวกหรือหมวกแก๊ป ดูให้ดีว่าหมวกนั้นได้รับการตัดเย็บอย่างดีและเหมาะสมกับกาลเทศะหรือไม่ การใส่หมวกกลับด้านน่ะไม่เคยทำให้ใครดูมีคลาสหรอกนะ แล้วก็ต้องระวังด้วยว่าหมวกจะทำให้ทรงผมคุณดูเป็นอย่างไรเมื่อถึงคราวต้องถอดหมวกออกขึ้นมา
-ใส่เครื่องเพชรแต่น้อย. คุณคงไม่อยากดูเหมือนตู้เพชรเคลื่อนที่หรือมีเครื่องเพชรอยู่บนตัวมากกว่าสาว ๆ คนอื่นในงานหรอกใช่ไหม แต่การใส่นาฬิกาหรือกระดุมข้อมือที่ดูดีก็อาจช่วยทำให้คุณดูดีขึ้นได้นะ


ทำตัวมั่นใจ


ทำตัวสบาย ๆ แต่ไม่ทำตัวเลอะเทอะน่ารำคาญ. ถ้าคุณรู้สึกอึดอัดใจ คนอื่น ๆ จะสังเกตได้และนั่นจะทำให้คุณดูดึงดูดใจน้อยลงเยอะเลยล่ะ อย่างไรก็ดี แม้ว่าการใส่กางเกงวอร์ม เสื้อยืดย้วย ๆ และรองเท้าวิ่งอยู่ตลอดเวลาจะสบายก็จริง แต่การแต่งกายแบบนี้จะทำให้คุณดูขี้เกียจและดูไม่เรียบร้อยได้[5]
-มีเสื้อผ้าที่ใส่แล้วดูดีมากมายที่ใส่สบายเช่นกัน ดังนั้น การเลือกเสื้อผ้าโดยให้ความสำคัญกับทั้งสไตล์และความสบายตัวนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้
-เอาเสื้อใส่ในกางเกงเว้นแต่ว่าคุณใส่เสื้อยืดอยู่ คุณอาจจะเกลียดการที่ต้องเอาเสื้อใส่ในกางเกง แต่การทำอย่างนี้จะทำให้คุณดูใส่ใจต่อรูปลักษณ์ของตัวเอง อย่าพยายามพรางหน้าท้องด้วยการเอาเสื้อออกนอกกางเกงเลย การเอาเสื้อใส่ในกางเกงน่ะทำให้คุณดูผอมลงนะ
-หากเสื้อผ้าที่คุณใส่ทำมาจากวัตถุดิบที่ใส่สบายแต่คุณกลับรู้สึกไม่สบายตัวอยู่ดี ปัญหาน่าจะมาจากความพอดีของเสื้อผ้าแล้วล่ะ
-แต่งกายโดยคำนึงถึงสภาพอากาศเสมอ คุณจะไม่ดูดีหรอกนะถ้าเหงื่อแตกพลั่กหรือสั่นพั่บ ๆ น่ะ


การขาดสุขอนามัยที่ดีและท่าทางที่เหมาะสมนั้นอาจทำให้คุณดูแย่ได้แม้จะใส่ชุดที่ดูดีที่สุดอยู่. ดังนั้น คุณต้องดูแลความสะอาดอยู่เสมอ แต่งองค์ทรงเครื่องให้ดูดี และยืดหลังตรงเข้าไว้นะ[6]
-ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอให้เป็นกิจวัตรประจำวัน การมีกลิ่นตัวเหม็น ดูสกปรกหรือชื้นเหงื่อน่ะไม่เคยทำให้ใครดูดีหรอกนะ
-อย่าฉีดโคโลญจน์เยอะเกินไป ฉีดแค่นิดหน่อยน่ะดี แต่ถ้ามากไปคนจะพาลไม่อยากเข้าใกล้ได้นะ
-ตัดผมโดยเลือกทรงที่ทำให้ตัวเองดูดีและทันสมัย ทรงผมที่ดีคือทรงที่ช่วยทำให้รูปหน้าของคุณดูดี โดยอาจให้ช่างตัดผมดี ๆ เลือกให้ก็ได้นะ
-ดูแลเสื้อผ้าให้สะอาด รีดให้เรียบ (ถ้าจำเป็นต้องรีด) และคอยซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีเสมอ
-อย่าทำหลังงอ กระสับกระส่าย หรือเดินด้วยท่าทีใหญ่โตขึงขังเกินไป เสื้อผ้าที่คุณสวมใส่จะดูดีกว่าเยอะหากคุณทำตัวสบาย ๆ และดูมั่นใจ


คุณต้องรู้สึกว่าตัวเองแต่งตัวดีเสมอเวลาออกจากบ้าน. คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าวันนั้นจะเจอใครบ้าง และคุณควรพยายามแต่งตัวให้ดูดีที่สุดเสมอ
-การแต่งกายของคนเรามักจะเป็นสิ่งแรกที่สะดุดตาผู้คน และความประทับใจแรกนั้นจะติดค้างใจไปอีกนานเลยล่ะ
-คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าจะบังเอิญเจอคนในฝัน ว่าที่นายจ้าง หรือจะมีนักข่าวท้องถิ่นพุ่งเข้ามาขอสัมภาษณ์เรื่องราวชีวิตเมื่อไหร่ ดังนั้น แต่งตัวให้ดูดีเสมอนะ



เคล็ดลับ
-ดูแลเสื้อผ้าให้สะอาด รีดให้เรียบ (หากจำเป็น) และซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีเสมอ
-ตัดผมโดยเลือกทรงที่ทำให้คุณดูดีและทันสมัย ทรงผมที่ดีควรช่วยขับใบหน้าของคุณ ช่างตัดผมดี ๆ อาจช่วยเลือกทรงที่เหมาะกับคุณได้
-อย่าฉีดโคโลญจน์เยอะเกินไป นิดหน่อยน่ะดี แต่เยอะไปก็ไม่ดีนะ
-ถ้าคุณตัวใหญ่ อย่าใส่เสื้อนอกคับ ๆ เพราะคุณจะยิ่งดูตัวใหญ่กว่าเดิม ใส่เสื้อชิ้นแรกพอดีตัวและใส่อะไรหลวม ๆ ทับจะดีกว่านะ
-อย่าทำหลังงอ กระสับกระส่าย หรือเดินด้วยท่าทีใหญ่โตขึงขังเกินไป เสื้อผ้าที่คุณสวมใส่จะดูดีกว่าเยอะหากคุณทำตัวสบาย ๆ และดูมั่นใจ





 

เว็บไซต์ในเครือข่ายอภิโชค : apichokeonlin.com | apichoke.net | apichoke.biz | apichoke.me | apichoke.org | apichoke.info
"ศาสตร์ของการคำนวณหวย สถิติหวยความน่าจะเป็น บนเว็บนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน-นักคำนวณ และบุคคลทั่วไปตลอดจนเลขจากไสยศาสตร์ต่างๆ การที่ใครจะถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือถูกหวย รวยด้วยหวย ก็เป็นเพียงแต่ การเสี่ยงโชค เสี่ยงดวง เท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และไม่ควรงมงาย หากต้องการเสี่ยงโชค ซื้อหวย เล่นหวย ก็ขอให้ เสี่ยงโชคแต่พอเพียงตามกำลังของตนเอง อย่าซื้อเกินกำลังอาจทำให้เดือนร้อนได้"
คำเตือน : อย่าหลงเชื่อหากมีผู้อ้างตนเป็นอาจารย์ดังสามารถให้หวยถูก100%หรือให้ถูกทุกงวดแน่นอน หรืออวดอ้างว่ารู้จักกับเจ้าหน้าที่กองสลาก แล้วเรียกเก็บเงินจากท่าน
ข้อมูลในเว็บนี้ใช้ประกอบเสี่ยงโชคสำหรับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้น ไม่สนับสนุนหวยที่ผิดกฏหมาย