"หวยซอง เลขเด็ด เขียนโดยสาธารณชน เป็นการเสนอแนะเพื่อเสี่ยงโชคซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกกฎหมายเท่านั้น ไม่มีการขายหวยทุกชนิด และ ไม่มีใครทราบว่าหวยจะออกตัวไหน โปรดใช้วิจารณญาณ"

เรื่อง: สมุนไพรรักษาหัวใจ บำรุงสมอง ทำง่าย
 
 621

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 152514
30 พฤษภาคม 2020, 11:47:20น.
สูตรโคตรง่าย บำรุงสมอง ดีต่อหัวใจ



เป็นที่รู้กันว่าโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปีถ้าไม่นับโรคมะเร็งแล้ว ก็ต้องยกให้โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและโรคหลอดเลือดสมองตีบ

แม้ยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาโรคทั้งสองจะมีประสิทธิภาพดี แต่ก็มีผลข้างเคียงมากเช่นกัน

ผู้ที่รักสุขภาพจึงหันมานิยมยาสมุนไพรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ปลอดภัยหาง่าย และมีประสิทธิภาพในการรักษาไม่แพ้กัน

สมุนไพรมีอยู่มากมายหลายตำรับ แต่ที่ตรงคำกล่าวที่ว่า “สูงสุดคืนสู่สามัญ” ยาสมุนไพรสูตรตำรับเดียว ที่ใช้ป้องกันได้ทั้งสองโรคนั้นมีอยู่ไม่กี่ตำรับ

ในที่นี้ขอแนะนำตำรับหนึ่งที่มีผู้ใช้ได้ผล และบอกต่อกันมา คือตำรับกระเจี๊ยบแดง พุทราจีน และเตยหอม



สมุนไพรชนิดแรก สีแดงและรสเปรี้ยวจี๊ดของกลีบเลี้ยงผลกระเจี๊ยบแดง

นอกจากมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับนิ่วในไต และในระบบทางเดินปัสสาวะแล้ว ยังมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด และรักษาโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งลดความเหนียวข้นของเลือดลง ทำให้การไหลเวียนของโลหิตทั่วร่างกายดีขึ้น ซึ่งก็ช่วยรักษาเส้นเลือดขอดให้ทุเลาลงได้ด้วย

กระเจี๊ยบแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa L. ชื่ออื่นว่า กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ยว ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง ส้มตะเลงเครง ส้มปู ส้มพอ และชื่อที่ฝรั่งทั่วโลกรู้จักกันดีเรียกว่า Jamaica sorrel, Roselle, Red sorrel, Rozelle กระเจี๊ยบเป็นพืชล้มลุก ชอบอากาศร้อน ทนต่อความแห้งแล้ง ไม่ชอบน้ำขัง เจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด

ตลาดมีความต้องการตลอด จึงแนะนำให้ปลูกไว้เป็นยาและพืชเศรษฐกิจได้



สมุนไพรชนิดที่สอง รสหวาน มัน ฝาด ของผลพุทราจีนสุก ช่วยบำรุงโลหิต บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท แก้โรคนอนไม่หลับ

นอกจากนี้ ยังอุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี ซึ่งช่วยบำรุงสายตา และเพิ่มภูมิต้านทานโรค ที่สำคัญผลพุทราช่วยลดผลข้างเคียงจากกรดซิตริกของกระเจี๊ยบ ในขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมฤทธิ์ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และเส้นเลือดสมองตีบ

พุทราจีนมีความหลากหลายของสายพันธุ์มาก อยู่ในวงศ์ Rhamnaceae ชื่อวิทยาศาสตร์ที่สืบค้นดูบางที่เรียก Ziziphus mauritiana บางทีก็เรียก Ziziphus jujub แต่คนจีนเรียกว่า red date หรือ Chinese date

คนไทยภาคอีสานเรียกต้นพุทราว่า บักทัน หรือหมากกะทัน ภาคเหนือเรียก มะตัน มะตันหลวง นางต้มต้น

เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีหนาม ผลมีเมล็ดเดียว ผิวเรียบ ผลสุกจะเป็นสีเหลืองบางพันธุ์มีสีแดงเข้ม เป็นพืชกำเนิดในประเทศจีนตอนเหนือ ที่รู้จักกินใช้มานาน 4,000 ปีแล้ว

แต่ในอินเดียก็ปลูกพุทราเช่นกัน สืบค้นไปได้สมัยพุทธกาลช่นกัน


สมุนไพรชนิดที่สาม คือ รสหวานเย็นของใบเตย ช่วยบำรุงหัวใจ ชูกำลัง ลดพิษไข้ ดับพิษร้อนภายใน เตย มีชื่อวิทยาศาสตร์ Pandanus amaryllifolius Roxb ชื่ออื่นๆ เตยหอมใหญ่ เตยหอมเล็ก ปาแนะวองิง (มลายู)

ต้นเตยหอม เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก รู้จักกันดี ไม่จำเป็นต้องอธิบายมากนัก :

มาดูสรรพคุณโดยรวมของสมุนไพรสูตรตำรับนี้ (สามประสาน) จึงสามารถตอบโจทย์ในการดูแลสุขภาพหัวใจและสมองให้แข็งแรง

ป้องกันโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองตีบ อันเป็นโรคสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของประเทศไทย รวมทั้งมีผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี ที่เกิดจากโรคเส้นเลือดสมองตีบ เนื่องจากความเครียดของสมองและจิตใจ ในวิถีชีวิตของสังคมบริโภคนิยมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน



วิธีปรุงยา :

นำสมุนไพรสามเกลอ คือ กระเจี๊ยบแดงแห้ง 30 กรัม เนื้อพุทราแห้งไม่มีเมล็ด 30 กรัม ใบเตยแห้ง 5 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด แล้วเคี่ยวไฟอ่อนๆ ราว 10-15 นาที จะเติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อยก็ได้ เพื่อให้ได้รสชาติดีขึ้น

แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรเติมอะไรเพิ่ม

ดื่มขณะอุ่น วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 แก้ว เช้า-เย็น หลังอาหาร น้ำยาที่เหลือเก็บแช่ตู้เย็นได้ แล้วนำมาอุ่นเพื่อดื่มในมื้อต่อไป

สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือโรคเส้นเลือดสมองตีบเรื้อรัง สามารถดื่มค็อกเทลสมุนไพรสูตรนี้ได้ทุกวัน ช่วยเสริมการบำบัดรักษาที่แต่ละคนดูแลสุขภาพตนเองอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น

ดื่มเป็นประจำรับรองว่าสมองจะแจ่มใส หัวใจสดชื่นไปอีกนาน

สำหรับผู้ที่ใช้สมองมาก เช่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือผู้บริหาร สามารถดื่มสมุนไพรสามเกลอนี้แทนซุปไก่สกัด หรือผลไม้สกัดราคาแพงๆ ได้เช่นกัน

นอกจากจะได้ยาบำรุงสมองที่มีสรรพคุณดีกว่าแล้ว ยังได้ยาราคาถูกกว่าอีกด้วย

 








ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 152514
ตอบกลับ #1 30 พฤษภาคม 2020, 11:51:37น.
กระเจี๊ยบแดง-พุทราจีน ลดไขมันในเลือด


เมนูเครื่องดื่มสุขภาพ น้ำกระเจี๊ยบแดงและพุทราจีน ที่ช่วยลดไขมันในเลือด หินปูนในหลอดเลือด และบำรุงเยื่อหุ้มหัวใจ เผื่อผู้อ่านรักษ์สุขภาพจะได้นำไปลองปรุงดื่มกันดู

สำหรับสรรพคุณของกระเจี๊ยบแดงนั้น ช่วยลดไขมันในหลอดเลือด ลดความดันเลือด ลดความข้นในกรณีที่เลือดหนืด ป้องกันเส้นเลือดเสื่อมสภาพ ช่วยให้ตับหลั่งน้ำดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ และลดน้ำหนัก ส่วนพุทราจีน มีประโยชน์ช่วยบำรุงเลือด ลดโอกาสเสี่ยงผนังเส้นเลือดแข็งตัว ป้องกันหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบตัน

ขั้นตอนในการทำ

เพียงเตรียมกระเจี๊ยบแดง พุทราจีน ในสัดส่วนที่เท่ากัน
นำไปต้มกับน้ำสะอาดในปริมาณที่พอเหมาะ
เติมน้ำตาลทรายแดงลงไปเล็กน้อย เมื่อน้ำตาลทรายแดงละลายก็เป็นอันเสร็จ สามารถเติมน้ำแข็งเพื่อเพิ่มความสดชื่นและดื่มได้ทันที หรือแช่ตู้เย็นเก็บไว้ดื่มได้




ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 152514
ตอบกลับ #2 30 พฤษภาคม 2020, 12:03:37น.
พิชิตโรคร้าย ทะลวงไขมันในเส้นเลือด ทำความสะอาดหลอดเลือด


"น้ำสามเกลอ" ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงหัวใจ ลดความดันโลหิตสูง ฯลฯ เป็นที่รู้กันว่าโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปีถ้าไม่นับโรคมะเร็งแล้ว ก็ต้องยกให้โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและโรคหลอดเลือดสมองตีบ แม้ยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาโรคทั้งสองจะมีประสิทธิภาพดี แต่ก็มีผลข้างเคียงมากเช่นกัน ผู้ที่รักสุขภาพจึงหันมานิยมยาสมุนไพรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ปลอดภัยหาง่าย และมีประสิทธิภาพในการรักษาไม่แพ้กัน



สูตรลดไขมันในเลือด

กระเจี๊ยบ + พุทราจีน + มะตูมแห้ง

 วิธีทำ
1. นำกระเจี๊ยบ + พุทราจีน + มะตูมแห้ง จำนวนให้เท่ากัน
2. ล้างให้สะอาด นำใส่หม้อเติมน้ำ 3 ลิตรต้ม
3. ต้มประมาณ 20 นาที แล้วยกลงกรองกากทิ้ง
4. เติมน้ำตาลทรายแดงเล็กน้อย
5. ดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น

 สรรพคุณ

1. ลดไขมันในหลอดเลือด (ซึ่งเป็นไขมันตัวที่ทำให้หลอดเลือดตีบ)
2. ป้องกันเส้นเลือดในสมองตีบ
3. ล้างหินปูนที่เกาะในสมอง
4. ช่วยแก้อาการสมองเสื่อม
5. ลดความดันโลหิตสูง
6. ช่วยในเรื่องเซลล์ประสาทปลายนิ้วชา
7. ทำให้ผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นได้
8. ช่วยไม่ให้หลอดเลือดเปราะแตกง่าย
9. ช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอด
10. ช่วยลดอาการของหัวใจโต

 
ประโยชน์ของกระเจี๊ยบแดง
1. กระเจี๊ยบมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และสารโพลีฟีนอล ซึ่งได้แก่ Protocatechuic Acid ที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยชะลอความแก่ และช่วยให้เส้นเลือดอ่อนนิ่มได้
2. กระเจี๊ยบใช้ทำเป็นน้ำดื่มที่ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น เนื่องจากมีกรดซิตริกอยู่ด้วย
3. ใบอ่อนของกระเจี๊ยบใช้รับประทานเป็นผักได้ หรือจะนำมาใช้ทำแกงส้มก็ได้ ให้รสเปรี้ยวกำลังดี และยังมีวิตามินเอสูง (12,583 I.U. ต่อ 100 กรัม) ที่ช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย
4. กลีบเลี้ยงผลและกลีบดอกอุดมไปด้วยแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
5. กระเจี๊ยบแดงจัดเป็นพืชส่งออกโดยนำไปใช้เป็นส่วนผสมสำคัญสำหรับ Herbal tea และใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ใช้บริโภคภายในประเทศ ใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์ชาชง กระเจี๊ยบแดงอบแห้ง กระเจี๊ยบแดงแคปซูล เครื่องดื่มต่างๆ ใช้ในอุตสาหกรรมสีผสมอาหาร หรือใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ แยม เยลลี่ เบเกอรี ไอศกรีม ไวน์ น้ำหวาน ซอส เป็นต้น รวมไปถึงในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เช่น โลชัน ครีมกระเจี๊ยบแดง เจลอาบน้ำ ครีมขัดผิว เป็นต้น
6. น้ำต้มของดอกแห้งจะมีกรดผลไม้หรือ AHA อยู่หลายชนิดในปริมาณสูง จึงมีการนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางประเภทครีมหน้าใส
7. เมนูดอกกระเจี๊ยบแดง เช่น แกงส้มดอกกระเจี๊ยบ ยำดอกกระเจี๊ยบ แยมดอกกระเจี๊ยบ ดอกกระเจี๊ยบแช่อิ่ม กระเจี๊ยบกวน ชากระเจี๊ยบแดง น้ำกระเจี๊ยบแดง เป็นต้น
8. ในแอฟริกาใต้มีการใช้น้ำมันจากเมล็ดเป็นยารักษาแผลให้อูฐ
9. นอกจากนี้ลำต้นของกระเจี๊ยบแดงยังสามารถนำมาทำเป็นเชือกปอได้อีกด้วย
 
ประโยชน์ของพุทราจีน
1. ประโยชน์พุทราจีน ช่วยลดผลข้างเคียงของกรดซิตริกในกระเจี๊ยบแดง เมื่อใช้ทำน้ำกับกระเจี๊ยบแดง (ผล)[1]
2. ใช้ประกอบในอาหารต่าง ๆ หรือนำไปแปรรูป เมนูพุทราจีน เช่น พุทราจีนแห้ง พุทราจีนเชื่อม น้ำกระเจี๊ยบพุทราจีน แกงจืดเห็ดหูหนูพุทราจีน ไก่ตุ๋นพุทราจีน พุทราจีนทอด ถั่วเขียวต้มพุทราจีน พุทราจีนต้มหัวหอม ไข่ต้มเก๋ากี้พุทราจีน ฯลฯ

ประโยชน์ของมะตูม
1. ผลสามารถนำมารับประทานได้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง
2. สามารถนำมาใช้ทำเป็นเครื่องดื่มได้ด้วยการนำผลมะตูมไปผสมกับมะขาม
3. เมื่อกรองได้น้ำและนำมาเติมน้ำตาลจะได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติคล้ายกับ 「มะนาว」
4. ใบอ่อนของมะตูมนำมารับประทานเป็นผักสลัดได้
5. หรือจะนำใบอ่อนมาใช้กินกับน้ำพริกหรือลาบก็ได้
6. ผลแก่แต่เปลือกยังนิ่ม เมื่อนำมาฝานสามารถนำมาทำเป็นมะตูมเชื่อมได้
7. มะตูมใช้เป็นส่วนผสมของขนมหลายชนิด
8. มะตูมสุกมีเนื้อเละสามารถนำมารับประทานเป็นผลไม้ได้

เครื่องดื่มสมุนไพร ลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด (เพิ่มเติม 4 ชนิด)
 
1. กระเจี๊ยบแดง
กลีบเลี้ยงหรือกลีบรองดอกสีม่วงแดงของกระเจี๊ยบตากแห้ง นำมาบดเป็นผง ชงครั้งละ 1 ช้อนชา ในน้ำเดือด 1 แก้ว กรองดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส วันละ 3 ครั้ง

 2. กะเพรา
ต้มใบและยอดกะเพราสด 1 กำมือ ในน้ำสะอาดจนเดือด พักไว้ให้เย็น ดื่มแทนน้ำตลอดวัน

3. ดอกเก๊กฮวย
ต้มดอกเก็กฮวย 1 หยิบมือ ในน้ำสะอาด 3 แก้ว ดื่มระหว่างวัน

4. ขิง
คั้นขิงแก่สดให้ได้น้ำขิงครึ่งถ้วย ต้มกับน้ำสะอาด 2 ถ้วย ดื่มวันละ 3 ครั้ง

 

ขอบคุณข้อมูล : honghongworld









ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 152514
ตอบกลับ #3 30 พฤษภาคม 2020, 12:45:52น.
อาหาร+สมุนไพร 13 ชนิด กินบำรุงโลหิต กระตุ้นเลือดไหลเวียนดี


         เลือดจะไปลมจะมา สุขภาพเหมือนไม่ค่อยจะแข็งแรงสักเท่าไร เอาเป็นว่ามากินอาหารช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้ชีวิตดีกันเถอะ

           ระบบไหลเวียนโลหิตดี สุขภาพก็จะดีไปด้วย และหากตอนนี้รู้สึกเลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก อยากช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตตัวเอง ลองรับประทานอาหารช่วยในการไหลเวียนโลหิตต่อไปนี้ จำไว้ว่าระบบเลือดดี สุขภาพก็ดีด้วยนะจ๊ะ

1. ปลาแซลมอน
          กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีอยู่มากในแซลมอนมีส่วนช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย และยังมีสรรพคุณต้านการจับตัวของลิ่มเลือด ส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น


2. ดาร์กช็อกโกแลต
          Steven Gundry ผู้อำนวยการ Center for Restorative Medicine จากสหรัฐอเมริกา เผยว่า ดาร์กช็อกโกแลตมีส่วนกระตุ้นให้ร่างกายผลิตไนตริกออกไซด์ ซึ่งเป็นกรดที่กระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนและสูบฉีดได้ดีขึ้น นอกจากนี้ดาร์กช็อกโกแลตยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะในดาร์กช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของโกโก้ 72% ขึ้นไป


3. กาแฟดำ
          คาเฟอีนในกาแฟดำมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้เป็นปกติดี แต่ทั้งนี้เพื่อสุขภาพหัวใจที่ดีก็ควรดื่มกาแฟดำไม่เกิน 4 แก้วต่อวันนะคะ เพราะหากดื่มกาแฟเกินนี้ ร่างกายอาจได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไปจนก่อให้เกิดอันตรายได้


4. แตงโม
          แตงโมเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง รสชาติหวานอร่อยกินแล้วชื่นใจ ที่สำคัญแตงโมยังมีกรดอะมิโนที่ชื่อว่า L-Citrulline ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยร่างกายผลิตไนตริกออกไซด์ ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ระบบเลือดก็จะไหลเวียนได้ดีขึ้น
 


5. ทับทิม
          นอกจากแตงโมแล้ว ผลไม้อย่างทับทิมก็มีสารกระตุ้นให้ร่างกายผลิตไนตริกออกไซด์ ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัว กระแสโลหิตก็จะไหลเวียนทั่วร่างกายได้อย่างสะดวกมากขึ้นเช่นกัน


6. พริก
          สารแคปไซซินในเม็ดพริกมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยาย ช่วยละลายลิ่มเลือด ลดการหดตัวของเส้นเลือด แถมยังมีส่วนช่วยลดการจับกลุ่มของเกล็ดเลือดในร่างกาย ลดการสร้างไขมันโดยยับยั้งการดูดซึมไขมันในเส้นเลือด ด้วยเหตุนี้พริกจึงจัดเป็นอาหารที่ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวกอย่างไม่น่าสงสัย



7. ดอกกะหล่ำ
          ดอกกะหล่ำเป็นผักที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งวิตามินซีมีส่วนช่วยในการไหลเวียนโลหิต ช่วยบำรุงความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจ ช่วยบำรุงเซลล์ผนังหลอดเลือด ส่งเสริมให้เลือดไหลเวียนได้ดี และนอกจากกะหล่ำแล้วผักอย่างบรอกโคลีก็มีวิตามินซีสูงเช่นกัน


 8. กระเทียม
          มีการศึกษาพบว่า กระเทียมมีสารที่ช่วยลดคราบพลัคในผนังหลอดเลือด เป็นผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีความคล่องตัวมากขึ้น โดยแนะนำให้กินกระเทียมสดวันละ 2-3 กลีบ เป็นประจำ
สรรพคุณของกระเทียมอย่างเจ๋ง ช่วยลดความเสี่ยงได้หลายโรค !


9. เมล็ดในฝักบัว
          เมล็ดบัวมีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนเลือดให้ไปเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น และยังมีสรรพคุณช่วยคงสมดุลระดับความดันโลหิต กระตุ้นการทำงานของหัวใจ และบำรุงให้เส้นเลือดหัวใจแข็งแรงดี


10. กระเจี๊ยบแดง
          กระเจี๊ยบจัดเป็นสมุนไพรช่วยลดไขมันในเส้นเลือด และมีสรรพคุณช่วยลดความดันเลือด บำรุงเลือดให้ไหลเวียนดีขึ้น ที่สำคัญน้ำกระเจี๊ยบยังอร่อยอีกด้วยเนอะ


11. ดอกคำฝอย
          ในดอกคำฝอยมีน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณสมบัติลดการจับตัวของเกล็ดเลือด บำรุงเลือด ควบคุมความดันโลหิต ช่วยกระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดได้ดีขึ้น ระบบเลือดก็ไหลเวียนดีขึ้นตามไปด้วย


12. ขมิ้น
          จากการศึกษาพบว่า ขมิ้นมีฤทธิ์ลดไขมันในหลอดเลือด และมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ช่วยในการสูบฉีดเลือด ทั้งยังส่งเสริมให้การไหลเวียนโลหิตเป็นไปด้วยดี


13. ขิง
          ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน มีส่วนช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิตทำให้เลือดไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขิงยังมีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ทั้งยังป้องกันการแข็งตัวของเลือดได้ด้วย


นอกจากอาหารช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นดังข้างต้นแล้ว การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นคาร์ดิโอ ก็จะช่วยกระตุ้นให้เลือดสูบฉีด เพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนโลหิตได้อีกทาง โดยอย่างน้อยควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วันนะคะ




  • พลังน้ำใจ: 1
ตอบกลับ #4 08 กรกฎาคม 2021, 16:05:12น.
 |Lr+ |Lr+

VIP6-16Mar22 *****
  • พลังน้ำใจ: 11902
ตอบกลับ #5 08 กรกฎาคม 2021, 16:34:26น.
 p|i   #t@   ขอบคุณครับ !!!   หมอน้ำตาล   FI|   C][   R$&

ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 152514
ตอบกลับ #6 07 สิงหาคม 2021, 07:00:48น.
p|i   #t@   ขอบคุณครับ !!!   หมอน้ำตาล   FI|   C][   R$&

 ็|H| dc: p+1| pe|*

ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 152514
ตอบกลับ #7 07 สิงหาคม 2021, 07:13:54น.

10 สมุนไพร ต้าน โควิด 19 ที่ต้องมีติดบ้าน เเชร์สูตรทานสมุนไพรเพิ่มภูมิต้านทานโรค


10 สมุนไพร ต้าน โควิด 19 ที่ต้องมีติดบ้าน เเชร์สูตรทานสมุนไพรเพิ่มภูมิต้านทานโรค


ในเวลาที่สถานการณ์โควิด – 19 ที่กำลังระบาดหนักเเบบนี้ เราทุกคนต่างมองหาตัวช่วยในการป้องกันตัวเองกันตัวเอง สร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้เจ็บป่วยอยู่หลายวิธี ทั้งการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ เเละตัวช่วยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการทานสมุนไพรพื้นบ้าน ที่สามารถหาทานได้ด้วยตัวเองเเบบง่ายๆ เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันที่หลายๆกำลังหันมาสนใจ

 10 สมุนไพรที่ทานเเล้วจะช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ป้องกัน เเละ ลดอาการเจ็บป่วยได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการดูเเลตัวเองในช่วงนี้ ไปดูกันว่า สมุนไพร ต้าน โควิด 19 ที่เลือกมาให้เพื่อนๆมีอะไรบ้าง พร้อมเคล็บพิเศษในการทานสมุนไพร เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด ไปดูกันเลย

สมุนไพร ต้าน โควิด 19 พร้อมเคล็ดลับทานสมุนไพรอย่างไรให้ได้ประโยชน์
1. ขิง
ประโยชน์ของขิง
มีวิตามิน เอ บี เเละ ซี สูง
ช่วยขับเหงื่อได้ดี
แก้ไอได้
แก้จุกเสียด เเน่นท้อง
ช่วยขับลม
บำรุงหัวใจ

วิธีทานขิง สมุนไพรเพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด – 19
น้ำขิง
หั่นขิงเป็นแว่นๆ ประมาณ 5 – 6 เเว่น
เตรียมน้ำ 1.5 ลิตร ตั้งไฟต้มให้เดือด
ใส่ขิงลงไป ปิดฝาหม้อ เเละปิดไฟ
ทิ้งไว้ให้พออุ่นๆ เเละสามารถดื่ม จิบได้ทั้งวัน
ข้อควรระวัง
น้ำขิงเป็นสมุนไพรที่ไม่ควรดื่มติดต่อกันหลายวัน เพราะเป็นเหตุให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้

2. มะขามป้อม
มะขามป้อมเป็นสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยว ฝาด เเละให้ฤทธิ์เย็นต่อร่างกาย
สรรพคุณ มะขามป้อม
ช่วยเเก้ไอ มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นน้ำลายให้ออกมาเเละละลายเสมหะได้ดี
ช่วยเป็นยาระบาย
แก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน
มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ได้
วิตามินซีสูงมาก

วิธีทานมะขามป้อม เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด – 19
สูตรทานมะขามป้อมแก้ไอ ให้ใช้เนื้อที่เป็นผงสด ครั้งละประมาณ 2 – 5 ผล โขลกให้หยาบจนเกือบแหลกๆ ผสมกับเกลือเล็กน้อยใช้อมหรือเคี้ยววันละ 4 ครั้ง
ทานมะขามป้อมแก้ไอ เจ็บคอ ปากเเห้ง เเบบน้ำ ให้ใช้ผลสดๆ ประมาณ 30 ผล ตำนำมาคั้นให้มีน้ำ เพื่อใช้ดื่มบ่อยๆ
ข้อควรระวัง
ผู้ที่หนาวง่าย มีปัญหาเลือดจาง เเละ ท้องเสียง่าย ไม่ควรทานมะขามป้อมในปริมาณมาก เเละเกินความจำเป็น

3. สมอพิเภก
สมอภิเภก เป็นสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้รักษาอาการได้หลากหลาย โดยสามารถใช้ได้ทั้ง ผลเเก่ ผลอ่อน เปลือก ราก ใบ
สรรพคุณของสมอภิเภก
ผลสมอภิเภกเเห้ง ช่วยรักษาอาการไอ เจ็บคอ ได้เป็นอย่างดี
ผลสมอภิเภกเเบบแห้ง ช่วยบำรุงร่างกาย กระตุ้นให้เจริญอาหาร
ผลอ่อนของสมอภิเภกจะมีรสเปรี้ยว ช่วยเเก้ไข้ได้ดี
เป็นสมุนไพรกลุ่มที่ช่วยเรื่องการไหลเวียนของโลหิต เเก้วิงเวียนศรีษะ คลื่นไส้อาเจียน
สมอภิเภกมีฤทธิ์ช่ยต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ได้
ช่วยลดความดันโลหิต
ลดระดับบคอเรสเตอรอลในเลือด
ช่วยลดอาการอักเสบ เเละรักษาสิวได้ด้วย

วิธีทานสมอภิเภก เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด – 19
สูตรพิกัดตรีผลา ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค ปรับสมดุลในร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้ โดยต้องใช้สมุนไพรชนิดอื่นร่วมด้วยเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเเละให้ประโยชน์รอบด้าน

สูตรน้ำพิกัดตรีผลา
เตรียมมะขามป้อม 45 กรีม สมอภิเภก 30 กรัม เเละ สมอไทย 15 กรัม นำมาล้างให้สะอาด
ตั้งน้ำ 3 ลิตรให้เดือด เเละใส่สมุนไพรที่จัดเตรียมไว้ลงไป
ต้มให้เดือดจนปริิมาณน้ำลดลง เหลือประมาณ 1.5 ลิตร
ทิ้งไว้ให้พออุ่นๆ สามารถดื่มจิบได้ทั้งวัน
สูตรพิกัดตรีผลานี้ จะช่วยให้อาการไอมีเสมหะ บรรเทาไป เเละบำรุงธาตุในร่างกายได้เป็นอย่างดี

4. สมอไทย
เป็นสมุนไพรที่มีรสชาติหลากหลายใน 1 ผล ทั้งให้รสเปรี้ยว เค็ม หวาน เเละยังมีสัมผัสของความขม ฝากเผ็ด อีกด้วย มีสรรพคุณมากมาย สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาอาการต่างๆได้ดี ทั้ง ดอก ผล เปลือกต้น
สรรพคุณของสมอไทย
ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
ช่วยเเก้อาการอ่อนเพลียได้
ส่วนเมล็ดช่วยให้เจริญอาหาร
ผลเเก่ช่วยบำรุงร่างกาย เปลือกต้นบำรุงหัวใจ
ผลที่มีรสขม ช่วยเเก้ไข้ได้
ผลเเก่ เเก้อาการเจ็บคอ
ผลรสเปรี้ยวเเก้อาการไอ กัดเสมหะได้ได้
วิธีทานสมอไทย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด – 19
สามารถทานโดยใช้สูตรพิกัดตรีผลา ได้เช่นเดียวกับ สมอภิเภก เพราะทานร่วมกันเเล้ว จะช่วยให้สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น

วิธีทำน้ำพิกัดตรีผลา
เตรียมมะขามป้อม 45 กรีม สมอภิเภก 30 กรัม เเละ สมอไทย 15 กรัม นำมาล้างให้สะอาด
ตั้งน้ำ 3 ลิตรให้เดือด เเละใส่สมุนไพรที่จัดเตรียมไว้ลงไป
ต้มให้เดือดจนปริิมาณน้ำลดลง เหลือประมาณ 1.5 ลิตร
ทิ้งไว้ให้พออุ่นๆ สามารถดื่มจิบได้ทั้งวัน
สูตรพิกัดตรีผลานี้ จะช่วยให้อาการไอมีเสมหะ บรรเทาไป เเละบำรุงธาตุในร่างกายได้เป็นอย่างดี

5. พลูคาว หรือผักคาวตอง
สรรพคุณของพลูคาว
สมุนไพรช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี
ช่วยต้านอาการหวัด ไข้หวัดใหญ่ได้
ต้นของพลูคาว สามารถใช้รักษาอาการไอได้
มีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบของเเผล
มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อราต่างๆได้
วิธีทาน พลูคาว เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด – 19

สูตรน้ำพลูคาว
ใช้ทั้งตั้นเเบบเเห้ง ประมาณ 15 – 30 กรัม เเช่ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที
ตั้งน้ำเปล่าให้เดือดเเเละนำพลูคาวใส่ลงไปต้ม เเละนำมาดื่มจิบได้เลย

6. ตะไคร้
สรรพคุณของตะไคร้
มีวิตามินอี บี ซี สูง
แร่ธาตุสูง
ช่วยเเก้หวัด ขับเหงื่อได้ดี
ช่วยเเก้อาการเป็นไข้ ปวดศรีษะ ไอได้
ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
เเก้ปัสสาวะขัดได้
ช่วยเเก้อาการเบื่ออาหาร ทำให้เจริญอาหารได้ดี
ช่วยบำรุงรักษาสายตาได้
ช่วยบำรุงกระดูกเเละฟันให้แข็งเเรงด้วย

วิธีทานตะไคร้  เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด – 19
น้ำตะไคร้
เตรียมตะไคร้ โหระพา ใบเตย นำมาทุบเเละหั่นหยาบๆ อย่างละ 1 หยิบมือ
ตั้งน้ำ 1.5 ลิตร ให้เดือด เเละใส่ตะไคร้ โหระพา ใบเตย ลงไปต้ม เเละลดไฟอ่อนลง
ต้มไว้ประมาณ 10 นาทีจากนั้นปิดไฟ
ทิ้งไว้ให้พออุ่นๆ เเละจิบได้ทั้งวัน

7. กระชายขาว
สรรพคุณกระชายขาว
มีผลวิจัยในหลอดทดลองว่า กระชายขาวมีสารพิโนสโตบิน เเละแพนดูราทินเอ ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ได้
ช่วนต้านอาการหวัด เเก้วิงเวียนศรีษะ เเละลดไขมันในเลือดได้
ช่วยบำรุงหัวใจ
ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้
กระชายขาวช่วยเพิ่มสมรรถนะทางเพศ

วิธีทาน กระชายขาว เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด – 19
สูตรทำน้ำกระชาย
เตรียมกระชาย 3 – 4 แท่ง ,มะนาว 1 – 2 ซีก , น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ, เกลือ ¼ ช้อนชา, น้ำเปล่า 500 มล.,โซดา
ล้างกระชายให้สะอาด เเละหั่นกระชายเป็นชิ้นแว่นๆ เเละ ชิ้นเล็กลงในเครื่องปั่น ใส่น้ำลงไปเเล้วปั่น
หากปั่นเเล้วมีฟองขึ้น ต้องตักฟองออก เพื่อไม่ให้น้ำกระชายขม
กรองน้ำกระชายปั่นโดยเทผ่านกระชอน
ใส่น้ำผึ้งมะนาว เเละเติมโซดาเพื่อความสดชื่น

8. ฟ้าทะลายโจร
สรรพคุณฟ้าทะลายโจร
บรรเทาอาการไข้หวัด ไอ เเละเจ็บคอ
เเก้อาการปวดหัว ตัวร้อน
มีฤทธิ์ขขับเสมหะ ช่วยขับน้ำลาย ทำให้ชุ่มคอ
ช่วยฆ่าเชื้อเเบคทีเรียที่นำมาซึ่งปัญหาระบบทางเดินหายใจ

วิธีทาน ฟ้าทะลายโจร  เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด – 19
ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่ใช้รักษาเมื่อมีอาการ หากรู้สึกเป็นไข้ ไม่สบาย การทานฟ้าทะลายโจรก็เป็นทางเลือกที่ดี

หากอยากทานฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายอ่อนเเอหรือไม่สบาย สามารถทานใบสด วันละ 2 -3 ใบ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี

หากทานเพื่อรักษาอาการเป็นไข้ ไม่สบาย สามารถทานฟ้าทะลายโจรเเบบแคปซูลตามคำเเนะนำของแพทย์ได้

ข้อควรระวังในการทานฟ้าทะลายโจร
ไม่ควรทานติดต่อกันนานเกิน 5 วัน ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ควรระวังหากทานยาร่วมกับผู้ป่วยโรคตับ ผู้ที่ทานยาลดความดัน

9. หูเสือ
หูเสือเป็นสมุนไรที่สามารถทานเป็นอาหารได้ เพราะมีกลิ่นหอม รสเผ็ดร้อน นิยมนำไปแกล้มกับลาบ ยำ อีกทั้งยังสามารถนำไปใส่ในซุปต่างได้อีกด้วย
สรรพคุณของหูเสือ
ช่วยเเก้อาการไข้หวัด คัดจมูกได้
ช่วยขับลม ลดอาการปวดท้องจากอาหารไม่ย่อยได้
ใช้เป็นยาภายนอก พอกศรีษะ เพื่อลดอาการไข้ได้
ช่วยดับกลิ่นปาก แก้ปวดฟัน ป้องกันฟันผุ
บำรุงเลือดลม เเละบำรุงร่างกาย

วิธีทานหูเสือ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด – 19
นำรากของหูเสือมาเเช่น้ำให้สะอาด มาขยี้ให้มีน้ำออกมา นำมาสูดดม ช่วยเเก้อาการหวัด คัดจมูก
น้ำหูเสือ เเก้อาการไอได้ โดยใช้ใบสด 4-5 ใบ ฉีดเป็นชิ้นเล็กๆ ต้มกับน้ำ 1 ลิตรให้เดือด เเละกินวันละ 3 เวลา

10. กะเพรา
กะเพราถือว่าเป็นสมุนไพรคู่บ้านของคนไทยเลยก็ว่าได้ สามารถเป็นได้ทั้งยาสมุนไพร เเละนำมาประกอบอาหารก็ยิ่งอร่อยเเถมได้ประโยชน์มากมาย
สรรพคุณของกะเพรา
ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันไข้หวัด
ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ เเละอาเจียน
ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร จุกเสียดแน่นท้อง
ช่วยลดระดับไขมันในร่างกาย ลดน้ำตาลในเลือดได้
ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค
ช่วยรักษากรดไหลย้อนได้
วิธีทานกะเพรา เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด – 19
สามารถใช้ประกอบอาหารเมนูต่างๆมากมาย เช่นผัดกะเพรา เป็นต้น
น้ำกะเพรา ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ให้นำใบกะเพราทั้งก้านและดอกใบ มาล้างให้สะอาด เเช่ทิ้งไว้ 15 นาที นำมาต้มให้เดือด เเละ สามารถดื่มจิบได้

 สำหรับสมุนไพร สร้างภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด ที่เราเลือกมาให้ทุกๆคน เพื่อนๆลองเลือกสมุนไพรที่หาได้ง่ายมาทำทานที่บ้านกันได้นะคะ นอกจากทานสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันเเล้ว สิ่งสำคัญคือ การปฏิบัติให้มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 ให้น้อยที่สุด นั่นคือ การหมั่นล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกับผู้อื่น พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารมี่ประโยชน์ ก็จะช่วยให้เราปลอดภัย ห่างไกลโรคได้อย่างเเน่นอนค่ะ



ขอบคุณเจ้าของข้อมูล และแหล่งที่มาของข้อมูลค่ะ



ผู้ช่วย Webmaster *
  • พลังน้ำใจ: 152514
ตอบกลับ #8 07 สิงหาคม 2021, 07:31:58น.

5 สมุนไพรพื้นบ้าน สร้างภูมิป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19




1.ฟ้าทะลายโจร
เป็นสมุนไพรที่ช่วงนี้ได้ยินชื่อกันมาพักใหญ่แล้ว เนื่องจากมีงานวิจัยที่รับรองแล้วว่า ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณมากมาย โดยเฉพาะกลไกในการต้านไวรัสเข้าสู่เซลล์ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสที่ปอด ช่วยขับเหงื่อ และบรรเทาอาการ ไข้ ไอ และเจ็บคอ เป็นต้น



2.กระชายขาว
เป็นพืชสมุนไพร ที่มีสารแพนดูราทิน (pan-duratin) มีฤทธิ์ในการต้านไวรัสทั้งในระยะก่อนและหลังการติดเชื้อ และยังฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเชื้อเอดส์ ต้านไวรัสไข้เลือดออกในกลุ่ม Flaviviridae family และยังยั้งเชื้อพิโคร์นาไวรัส (picornaviruses) ซึ่งก่อโรคมือเท้าปาก สามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดี แต่เนื่องจากกระชายมีฤทธิ์ร้อน อาจส่งผลให้เกิดอาการร้อนใน ดังนั้น จึงไม่ควรบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป



3.ขิง
เป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อร่างกาย เพราะมีทั้ง วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และเส้นใยจำนวนมาก โดยปกติทั่วไปมักจะนำมากินแก้หวัด เนื่องจากขิงมีรสเผ็ดร้อน จึงมีฤทธิ์ต้านไวรัสไขหวัดใหญ่ มีสรรพคุณช่วยเสริมภูมิคุ้มกันต้านไวรัส ต้านการอักเสบ ลดเสมหะ แก้คัดจมูก เพิ่มการไหลเวียนโลหิตและขับเหงื่อ



4.มะขามป้อม
ป็นสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เพราะมีวิตามินซีสูง นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก คาร์โบไฮเดรต และใยอาหาร อีกทั้งยังมีสรรพคุณหลักเป็นยาแก้ไอ และละลายเสมหะ ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น



5.กระเทียม
เป็นเครื่องสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และเป็นพืชที่ธาตุซีลีเนียมสูงกว่าพืชชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังมีสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นตัวสร้าง DNA และ RNA ของเซลล์ในร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ช่วยลดไขมันในเลือด ลดโคเลสเตอรอล ลดการแข็งตัวของเลือด ลดความดัน ลดการปวดเกร็ง ยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย-รา-ไวรัส ต้านมะเร็ง มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความรุนแรงของการติดเชื้อ และช่วยลดระยะเวลาการเจ็บป่วยให้สั้นลง


ปัจจุบันการวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรไทยเริ่มเป็นที่ยอมรับกันวงกว้าง เนื่องจากแต่ละชนิดมีสรรพคุณต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ สมุนไพรไทยถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการช่วยป้องกันและบรรเทาอาการได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : คู่มือดูแลสุขภาพสำหรับประชาชนด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร , คลังความรู้สุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และ medthai






แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 สิงหาคม 2021, 07:39:16น. โดย Namtaan

 

Loading...
เว็บไซต์ในเครือข่ายอภิโชค : apichokeonlin.com | apichoke.net | apichoke.biz | apichoke.me | apichoke.org | apichoke.info
"ศาสตร์ของการคำนวณหวย สถิติหวยความน่าจะเป็น บนเว็บนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน-นักคำนวณ และบุคคลทั่วไปตลอดจนเลขจากไสยศาสตร์ต่างๆ การที่ใครจะถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือถูกหวย รวยด้วยหวย ก็เป็นเพียงแต่ การเสี่ยงโชค เสี่ยงดวง เท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และไม่ควรงมงาย หากต้องการเสี่ยงโชค ซื้อหวย เล่นหวย ก็ขอให้ เสี่ยงโชคแต่พอเพียงตามกำลังของตนเอง อย่าซื้อเกินกำลังอาจทำให้เดือนร้อนได้"
คำเตือน : อย่าหลงเชื่อหากมีผู้อ้างตนเป็นอาจารย์ดังสามารถให้หวยถูก100%หรือให้ถูกทุกงวดแน่นอน หรืออวดอ้างว่ารู้จักกับเจ้าหน้าที่กองสลาก แล้วเรียกเก็บเงินจากท่าน
ข้อมูลในเว็บนี้ใช้ประกอบเสี่ยงโชคสำหรับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้น ไม่สนับสนุนหวยที่ผิดกฏหมาย